มลพิษทางอากาศและเสียงเกินค่ามาตรฐานฝุ่นขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน
เจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner)หน่วยงานหลัก ๑. สำนักสิ่งแวดล้อม ๒. สำนักป้องกันฯ ๓. สำนักอนามัย ๔. สำนักการโยธา ๕. สำนักเทศกิจ ๖. สำนักงานเขต ๗. สำนักงานประชาสัมพันธ์
ก่อนมีมาตรการควบคุม Inherent risk
20สูงมาก
- โอกาสเกิด
- 5
- ผลกระทบ
- 4
ระดับที่บันทึก: ระดับความเสี่ยงสูงมาก
5●43◆2112345
โอกาสเกิด ↑ผลกระทบ →
- ● ก่อนควบคุม
- ◆ หลังควบคุม
หลังมีมาตรการควบคุม Residual risk
9สูง
- โอกาสเกิด
- 3
- ผลกระทบ
- 3
ระดับที่บันทึก: ระดับความเสี่ยงสูง
▼ ลดลง 11 คะแนน
01ปัจจัยความเสี่ยง Risk Factor
1) ยานพาหนะที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น รถยนต์เรือ ฯลฯ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ อาทิ ควันดำ ฝุ่นขนาดเล็ก PM10, PM2.5
2) การก่อสร้างอาคาร ใช้รถบรรทุกรถขนส่งคนงาน ฯลฯ ทำให้เกิดฝุ่นละออง
3) โรงงานอุตสาหกรรม/สถานประกอบการปล่อยมลพิษทางอากาศ
4) การเกิดเหตุไฟไหม้หญ้าขยะปล่อยมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก
5) ฌาปนสถานปล่อยมลพิษทางอากาศ
6) กิจการค้าที่เป็นอันตราย อาทิ กิจการแพลนท์ปูน กิจการพ่นสีรถยนต์ กิจการหลอมโลหะ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
วัตถุประสงค์ของการจัดการความเสี่ยง
1) เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว
2) เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน
2) การก่อสร้างอาคาร ใช้รถบรรทุกรถขนส่งคนงาน ฯลฯ ทำให้เกิดฝุ่นละออง
3) โรงงานอุตสาหกรรม/สถานประกอบการปล่อยมลพิษทางอากาศ
4) การเกิดเหตุไฟไหม้หญ้าขยะปล่อยมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก
5) ฌาปนสถานปล่อยมลพิษทางอากาศ
6) กิจการค้าที่เป็นอันตราย อาทิ กิจการแพลนท์ปูน กิจการพ่นสีรถยนต์ กิจการหลอมโลหะ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
วัตถุประสงค์ของการจัดการความเสี่ยง
1) เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว
2) เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน
1) ยานพาหนะที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น รถยนต์เรือ ฯลฯ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ อาทิ ควันดำ ฝุ่นขนาดเล็ก PM10, PM2.5 2) การก่อสร้างอาคาร ใช้รถบรรทุกรถขนส่งคนงาน ฯลฯ ทำให้เกิดฝุ่นละออง 3) โรงงานอุตสาหกรรม/สถานประกอบการปล่อยมลพิษทางอากาศ4) การเกิดเหตุไฟไหม้หญ้าขยะปล่อยมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก 5) ฌาปนสถานปล่อยมลพิษทางอากาศ 6) กิจการค้าที่เป็นอันตราย อาทิ กิจการแพลนท์ปูน กิจการพ่นสีรถยนต์ กิจการหลอมโลหะ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ วัตถุประสงค์ของการจัดการความเสี่ยง 1) เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว3) เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน
02ผลกระทบภายใน Internal Impact
1. มลพิษทางอากาศและเสียงในพื้นที่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและไม่จำกัดขอบเขตขอบปัญหาได้อย่างัดเจน ไม่สามารถควบคุมต้นตอปัญหาได้ ทำให้การแก้ไขปัญหาของกรุงเทพมหานครทำได้ยากขึ้นและเกิดข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทจากภาคประชาชนมากขึ้น
03ผลกระทบภายนอก External Impact
1. การเพิ่มขึ้นของมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นโดยตรงทั้งโรคภัยที่เกิดขึ้น ความสามารถในการทำงานลดลง ระบบเศรษฐกิจที่ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษา และสูญเสียความสามารถในการหารายได้ของประชาชนตลอดจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน
04การควบคุมที่มีอยู่ Control in Place
ก่อนเกิดเหตุ
1) สำนักสิ่งแวดล้อม/สำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักอนามัย ทบทวนจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฯ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษบกจร. กรมการขนส่งทางบก สตช. เพื่อเฝ้าระวังและหามาตรการกำกับดูแล ควบคุมตรวจสอบ
2) สำนักงานเขต/สำนักสิ่งแวดล้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงขั้นตอนการแจ้งเหตุ การปรับตัวในการป้องกันภัยที่เกิดกับสุขภาพอนามัย
3) รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ป้องกันการเกิดฝุ่นสารพิษในอากาศ
4) ปลูกต้นไม้ ล้างถนนและทางเดิน
5) บังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมฝุ่น (พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522)
6) มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่ และวัดผลแบบ Real Time
ระหว่างเกิดเหตุ
1) ประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้มีระบบป้องกันและให้ทราบถึงวิธีการปฏิบัติตนระหว่างเกิดภัย
2) สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาจากแหล่งกำเนิดอย่างรวดเร็ว
3) เฝ้าระวังตรวจวัดและรายงานคุณภาพอากาศ
4) เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศใน รพ.กทม
5) แจกหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากป้องกันฝุ่น
หลังเกิดเหตุ
1) สำนักงานเขตและประชาชนคอยตรวจสอบ ติดตามผลการแก้ไขปัญหา เฝ้าระวังมิให้เกิดซ้ำ
2) สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง
3) ลงโทษผู้กระทำความผิด และเพิ่มบทลงโทษ เมื่อกระทำความผิดซ้ำ
1) สำนักสิ่งแวดล้อม/สำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักอนามัย ทบทวนจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฯ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษบกจร. กรมการขนส่งทางบก สตช. เพื่อเฝ้าระวังและหามาตรการกำกับดูแล ควบคุมตรวจสอบ
2) สำนักงานเขต/สำนักสิ่งแวดล้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงขั้นตอนการแจ้งเหตุ การปรับตัวในการป้องกันภัยที่เกิดกับสุขภาพอนามัย
3) รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ป้องกันการเกิดฝุ่นสารพิษในอากาศ
4) ปลูกต้นไม้ ล้างถนนและทางเดิน
5) บังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมฝุ่น (พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522)
6) มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่ และวัดผลแบบ Real Time
ระหว่างเกิดเหตุ
1) ประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้มีระบบป้องกันและให้ทราบถึงวิธีการปฏิบัติตนระหว่างเกิดภัย
2) สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาจากแหล่งกำเนิดอย่างรวดเร็ว
3) เฝ้าระวังตรวจวัดและรายงานคุณภาพอากาศ
4) เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศใน รพ.กทม
5) แจกหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากป้องกันฝุ่น
หลังเกิดเหตุ
1) สำนักงานเขตและประชาชนคอยตรวจสอบ ติดตามผลการแก้ไขปัญหา เฝ้าระวังมิให้เกิดซ้ำ
2) สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง
3) ลงโทษผู้กระทำความผิด และเพิ่มบทลงโทษ เมื่อกระทำความผิดซ้ำ
ก่อนเกิดเหตุ 1) สำนักสิ่งแวดล้อม/สำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักอนามัย ทบทวนจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฯ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษบกจร. กรมการขนส่งทางบก สตช. เพื่อเฝ้าระวังและหามาตรการกำกับดูแล ควบคุมตรวจสอบ2) สำนักงานเขต/สำนักสิ่งแวดล้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงขั้นตอนการแจ้งเหตุ การปรับตัวในการป้องกันภัยที่เกิดกับสุขภาพอนามัย3) รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ป้องกันการเกิดฝุ่นสารพิษในอากาศ4) ปลูกต้นไม้ ล้างถนนและทางเดิน 5) บังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมฝุ่น (พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522) 6) มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่ และวัดผลแบบ Real Time ระหว่างเกิดเหตุ1) ประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้มีระบบป้องกันและให้ทราบถึงวิธีการปฏิบัติตนระหว่างเกิดภัย2) สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาจากแหล่งกำเนิดอย่างรวดเร็ว3) เฝ้าระวังตรวจวัดและรายงานคุณภาพอากาศ4) เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศใน รพ.กทม 5) แจกหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากป้องกันฝุ่น หลังเกิดเหตุ 1) สำนักงานเขตและประชาชนคอยตรวจสอบ ติดตามผลการแก้ไขปัญหา เฝ้าระวังมิให้เกิดซ้ำ2) สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง3) ลงโทษผู้กระทำความผิด และเพิ่มบทลงโทษ เมื่อกระทำความผิดซ้ำ
05หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Risk Relative
หน่วยงานสนับสนุน ๑. โรงพยาบาลในสังกัดกทม. ๒. ศูนย์บริการสาธารณสุขฯ ๓. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ