| ID | 124 |
|---|---|
| Code | P124 |
| หัวข้อ | อากาศสะอาด |
| Name | Bangkok and Beyond ติดตามการเผา และ ช่วยเหลือเกษตรกรแบบครบวงจร |
| รายละเอียด | ข้อมูลจาก ‘โครงการนักสืบฝุ่น’ ชี้ชัดว่าการเผาชีวมวลคือหนึ่งในต้นตอหลักของปัญหา PM2.5 ที่ ผ่านมา กทม. เดินหน้าควบคุมการเผาภายในพื้นที่จนสามารถลดจุดความร้อนได้จริงถึง 24% ควบคู่กับการเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดต้นลม เช่น นครนายก นอกจากนี้ กทม. ยังได้ วิเคราะห์และทราบพิกัดพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงในการเผา และมีการแก้ไขปัญหาในมิติ เศรษฐกิจเพื่อจูงใจไม่ให้เกิดการเผาขึ้นอีก เช่น การให้ยืมรถอัดฟางฟรี การศึกษาวิจัยพันธ์ุพืช เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาการเผา กทม. จะจัดตั้ง ‘ศูนย์ติดตามการเผาแบบและช่วยเหลือเกษตรกร ครบวงจร’ ที่มีอำนาจหน้าที่ เช่น การเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์: ติดตามและแจ้งเตือนจุดความร้อน (Hotspots) อย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการเวลาเผา: ศึกษาและจัดระเบียบช่วงเวลาการเผาอย่างเป็นระบบสำหรับกรณีที่ มีความจำเป็นและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้กระทบต่อคุณภาพอากาศของเมืองน้อยที่สุด การระงับเหตุฉับไว: ประสานกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าสนับสนุนการดับไฟในพื้นที่เสี่ยงได้ ทันท่วงที การบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด: รวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาที่ฝ่าฝืนข้อ บังคับอย่างจริงจัง เชื่อมโยงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่ม: กทม. จะเป็นตัวกลางจัดหาช่องทางจัดจำหน่ายผลผลิต ทางการเกษตรที่ปลอดการเผา เช่น การต่อยอดโครงการ ‘ข้าวแปลงนี้ไม่เผา’ โดยเปิดพื้นที่ ตลาดให้เกษตรกรนำข้าวมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ควบคู่กับการประสานงานรับ ซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ‘ฟางอัดก้อน’ เพื่อนำไปแปรรูป สร้างรายได้ชดเชยต้นทุน การไถกลบ พัฒนาสู่วิถีเกษตรที่ยั่งยืน: ศึกษาพืชทดแทนที่เหมาะสมแทนการปลูกข้าวบางชนิดที่ให้ผลผลิต ต่ำ หรือ มีลักษณะเฉพาะตัวของตอซังที่สามารถกำจัดได้ยาก เช่น ข้าวฟางลอย |
| มิติ (9 ดี) | สิ่งแวดล้อมดี |
| Content | ข้อมูลจาก ‘โครงการนักสืบฝุ่น’ ชี้ชัดว่าการเผาชีวมวลคือหนึ่งในต้นตอหลักของปัญหา PM2.5 ที่ผ่านมา กทม. เดินหน้าควบคุมการเผาภายในพื้นที่จนสามารถลดจุดความร้อนได้จริงถึง 24% ควบคู่กับการเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดต้นลม เช่น นครนายก นอกจากนี้ กทม. ยังได้วิเคราะห์และทราบพิกัดพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงในการเผา และมีการแก้ไขปัญหาในมิติเศรษฐกิจเพื่อจูงใจไม่ให้เกิดการเผาขึ้นอีก เช่น การให้ยืมรถอัดฟางฟรี การศึกษาวิจัยพันธ์ุพืช เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาการเผา กทม. จะจัดตั้ง ‘ศูนย์ติดตามการเผาแบบและช่วยเหลือเกษตรกรครบวงจร’ ที่มีอำนาจหน้าที่ เช่น - การเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์: ติดตามและแจ้งเตือนจุดความร้อน (Hotspots) อย่างใกล้ชิด - การบริหารจัดการเวลาเผา: ศึกษาและจัดระเบียบช่วงเวลาการเผาอย่างเป็นระบบสำหรับกรณีที่มีความจำเป็นและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้กระทบต่อคุณภาพอากาศของเมืองน้อยที่สุด - การระงับเหตุฉับไว: ประสานกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าสนับสนุนการดับไฟในพื้นที่เสี่ยงได้ทันท่วงที - การบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด: รวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาที่ฝ่าฝืนข้อบังคับอย่างจริงจัง - เชื่อมโยงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่ม: กทม. จะเป็นตัวกลางจัดหาช่องทางจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดการเผา เช่น การต่อยอดโครงการ ‘ข้าวแปลงนี้ไม่เผา’ โดยเปิดพื้นที่ตลาดให้เกษตรกรนำข้าวมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ควบคู่กับการประสานงานรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ‘ฟางอัดก้อน’ เพื่อนำไปแปรรูป สร้างรายได้ชดเชยต้นทุนการไถกลบ - พัฒนาสู่วิถีเกษตรที่ยั่งยืน: ศึกษาพืชทดแทนที่เหมาะสมแทนการปลูกข้าวบางชนิดที่ให้ผลผลิตต่ำ หรือ มีลักษณะเฉพาะตัวของตอซังที่สามารถกำจัดได้ยาก เช่น ข้าวฟางลอย |
| กลุ่มยุทธศาสตร์ | เมือง - เมืองน่าอยู่ |
| Grouping ID | 5 |
| เป้าหมาย 100 วันแรก | - พร้อมเปิดตัวศูนย์ และทีมงานที่เกี่ยวข้อง - อำนาจหน้าที่/แนวทางดำเนินการ/SOP ที่ชัดเจน |
| Is Urgent | Yes |
| Kr Qty | (not set) |
| Host Agency | (not set) |
| Rel Agency | (not set) |
| Staff | (not set) |
| Zone Flag | No |
| Has 100 | Yes |
| Created At | 17-07-2026 |
| Updated At | 17-07-2026 |
ข้อมูลจาก ‘โครงการนักสืบฝุ่น’ ชี้ชัดว่าการเผาชีวมวลคือหนึ่งในต้นตอหลักของปัญหา PM2.5 ที่ ผ่านมา กทม. เดินหน้าควบคุมการเผาภายในพื้นที่จนสามารถลดจุดความร้อนได้จริงถึง 24% ควบคู่กับการเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดต้นลม เช่น นครนายก นอกจากนี้ กทม. ยังได้ วิเคราะห์และทราบพิกัดพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงในการเผา และมีการแก้ไขปัญหาในมิติ เศรษฐกิจเพื่อจูงใจไม่ให้เกิดการเผาขึ้นอีก เช่น การให้ยืมรถอัดฟางฟรี การศึกษาวิจัยพันธ์ุพืช
เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาการเผา กทม. จะจัดตั้ง ‘ศูนย์ติดตามการเผาแบบและช่วยเหลือเกษตรกร ครบวงจร’ ที่มีอำนาจหน้าที่ เช่น
การเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์: ติดตามและแจ้งเตือนจุดความร้อน (Hotspots) อย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการเวลาเผา: ศึกษาและจัดระเบียบช่วงเวลาการเผาอย่างเป็นระบบสำหรับกรณีที่ มีความจำเป็นและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้กระทบต่อคุณภาพอากาศของเมืองน้อยที่สุด การระงับเหตุฉับไว: ประสานกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าสนับสนุนการดับไฟในพื้นที่เสี่ยงได้ ทันท่วงที การบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด: รวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาที่ฝ่าฝืนข้อ บังคับอย่างจริงจัง เชื่อมโยงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่ม: กทม. จะเป็นตัวกลางจัดหาช่องทางจัดจำหน่ายผลผลิต ทางการเกษตรที่ปลอดการเผา เช่น การต่อยอดโครงการ ‘ข้าวแปลงนี้ไม่เผา’ โดยเปิดพื้นที่ ตลาดให้เกษตรกรนำข้าวมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ควบคู่กับการประสานงานรับ
ซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ‘ฟางอัดก้อน’ เพื่อนำไปแปรรูป สร้างรายได้ชดเชยต้นทุน การไถกลบ พัฒนาสู่วิถีเกษตรที่ยั่งยืน: ศึกษาพืชทดแทนที่เหมาะสมแทนการปลูกข้าวบางชนิดที่ให้ผลผลิต ต่ำ หรือ มีลักษณะเฉพาะตัวของตอซังที่สามารถกำจัดได้ยาก เช่น ข้าวฟางลอย
เป้าหมาย 100 วันแรก: - พร้อมเปิดตัวศูนย์ และทีมงานที่เกี่ยวข้อง
- อำนาจหน้าที่/แนวทางดำเนินการ/SOP ที่ชัดเจน
ข้อมูลจริงจากระบบติดตามโครงการ (TB_PROJ) ของหน่วยงานที่รับผิดชอบตัวชี้วัดข้างต้น — เฉพาะโครงการที่ขับเคลื่อนนโยบายนี้ (มีตัวชี้วัดโครงการผูกกับ OKR ของนโยบาย P124)
| โครงการ | หน่วยงาน/เขต | สถานะ | ปี | งบประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| กิจกรรมการเข้าถึงจุดเกิดเหตุการเผาในที่โล่ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด | สํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย | 5ดำเนินการแล้วเสร็จ | 2569 | - |
| โครงการจัดงานรณรงค์ส่งเสริมลดการเผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร | สํานักพัฒนาสังคม | 5ดำเนินการแล้วเสร็จ | 2569 | 368,000 |
| ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมลดการเผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร | สํานักพัฒนาสังคม | 5ดำเนินการแล้วเสร็จ | 2568 | 298,000 |
3 โครงการที่มีพิกัด (สีตามสถานะ) — คลิกจุดเพื่อดูรายละเอียด