คำนิยาม
กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ การป้องกันการทุจริตเชิงรุกด้วยการลงพื้นที่หรือมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต เพื่อลดความเสี่ยงหรือโอกาสที่จะเกิดการทุจริตในหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร โดยอาจมีความเห็นให้มีกระบวนการตรวจสอบหรือวิธีการปรับปรุงแก้ไขปัญหาการดำเนินงานที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม
ซึ่งการดำเนินการด้านการป้องกันการทุจริตนอกจากการตรวจพื้นที่เชิงรุกแล้ว การให้ความรู้เกี่ยวกับการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ การกระทำที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามนโยบายต่อต้านการรับสินบน (Anti-Bribery Policy) นโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy) และมาตรการในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แนวปฏิบัติในการรายงานและการติดตามการต่อต้านการทุจริตของกรุงเทพมหานคร ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป
จากสถิติการดำเนินการทางวินัยที่เกี่ยวกับการทุจริต ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พบว่าสายงานที่มีการกระทำผิดมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. สายงานพัฒนาสังคม จำนวน 14 ราย
2. สายงานบริหารและอำนวยการ จำนวน 7 ราย
3. สายงานการศึกษา จำนวน 3 ราย
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จึงกำหนดให้ทั้ง 3 สายงานดังกล่าว เป็นสายงานที่วิเคราะห์จำนวนการกระทำผิดซ้ำเกี่ยวกับการทุจริตต่อไป
วิธีคำนวณ
จำนวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตของสายงานที่กำหนดเทียบกับสถิติจำนวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตของสายงานที่กำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ลดลง ดังนี้
1. สายงานพัฒนาสังคม ลดลงร้อยละ 50 (ร้อยละ 33.34)
2. สายงานบริหารและอำนวยการ ลดลงร้อยละ 50 (ร้อยละ 33.33)
3. สายงานการศึกษา ลดลงร้อยละ 50 (ร้อยละ 33.33)