1. การเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือสารเคมีรั่วไหลในสถานประกอบกิจการที่มีการจัดเก็บ การผลิต การสะสม การขนส่งและการใช้สารเคมีและวัตถุอันตราย 2. การเกิดอุบัติเหตุจากการขนส่งทำให้สารเคมีรั่วไหลหรือไฟไหม้บนท้องถนน 3. การลักลอบทิ้งสารเคมีในพื้นที่รกร้าง และแหล่งน้ำ
เจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner)สนอ.
ก่อนมีมาตรการควบคุม Inherent risk
12สูงมาก
- โอกาสเกิด
- 4
- ผลกระทบ
- 3
ระดับที่บันทึก: สูงมาก
54●3◆2112345
โอกาสเกิด ↑ผลกระทบ →
- ● ก่อนควบคุม
- ◆ หลังควบคุม
หลังมีมาตรการควบคุม Residual risk
6ปานกลาง
- โอกาสเกิด
- 3
- ผลกระทบ
- 2
ระดับที่บันทึก: ปานกลาง
▼ ลดลง 6 คะแนน
01ปัจจัยความเสี่ยง Risk Factor
1. กรุงเทพมหานครมีสถานประกอบกิจการที่มีการจัดเก็บ การผลิต การสะสม การขนส่งและการใช้สารเคมีและวัตถุอันตราย จำนวน 4,129 แห่ง (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2569) ซึ่งเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย โดยส่วนใหญ่มีการจัดเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และสถานประกอบการบางแห่งไม่มีการจัดการสารเคมีและวัตถุอันตรายในสถานประกอบการ และไม่ตระหนักถึงภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย เนื่องจากขาดงบประมาณในการปรับปรุงสถานประกอบกิจการให้ได้ตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ขาดการตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องจักร ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในการจัดการด้านความปลอดภัยด้านสารเคมีและวัตถุอันตรายในสถานประกอบกิจการที่มีการจัดเก็บ การผลิต การสะสม การขนส่งและการใช้สารเคมีและวัตถุอันตราย อาทิ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) บุคลากรเฉพาะรับผิดชอบความปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตราย (บฉ.)
2. กรุงเทพมหานคร เป็นเส้นทางผ่านของรถขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายอาจเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนขณะขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย
3. การลักลอบเก็บทิ้งสารเคมีและวัตถุอันตรายในอาคารโดยที่ไม่ใช้แล้วในพื้นที่รกร้าง/จุดทิ้งขยะ โดยไม่นำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. กรุงเทพมหานคร เป็นเส้นทางผ่านของรถขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายอาจเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนขณะขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย
3. การลักลอบเก็บทิ้งสารเคมีและวัตถุอันตรายในอาคารโดยที่ไม่ใช้แล้วในพื้นที่รกร้าง/จุดทิ้งขยะ โดยไม่นำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
02ผลกระทบภายใน Internal Impact
1. ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์กรุงเทพมหานคร
2. เสียงบประมาณในการจัดการ ควบคุม สาธารณภัย รวมถึงการบริหารจัดการด้านอื่นๆ อาทิ การจ่ายเงินเยียวยา การจัดศูนย์พักพิง การฟื้นฟูด้านสุขภาพ จิตใจและสิ่งแวดล้อม
3. ต้องแบ่งบุคลากร/เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ต้องปฏิบัติภารกิจประจำ และบางส่วนไปปฏิบัติภารกิจพิเศษเพื่อดูแล รักษาพยาบาล เยียวยาจิตใจ และดูแลความเรียบร้อยของประชาชน
2. เสียงบประมาณในการจัดการ ควบคุม สาธารณภัย รวมถึงการบริหารจัดการด้านอื่นๆ อาทิ การจ่ายเงินเยียวยา การจัดศูนย์พักพิง การฟื้นฟูด้านสุขภาพ จิตใจและสิ่งแวดล้อม
3. ต้องแบ่งบุคลากร/เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ต้องปฏิบัติภารกิจประจำ และบางส่วนไปปฏิบัติภารกิจพิเศษเพื่อดูแล รักษาพยาบาล เยียวยาจิตใจ และดูแลความเรียบร้อยของประชาชน
03ผลกระทบภายนอก External Impact
1. ส่งผลกระทบต่อชีวิต/สุขภาพ ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม
2. ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ เมื่อสถานประกอบการถูกเพลิงไหม้จนอาคารพังเสียหาย ต้องหยุดประกอบการถาวร/ชั่วคราว ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการ ลูกจ้างในสถานประกอบการ และอาจส่งผลกระทบในด้านการจัดเก็บภาษีในอนาคต
3. สูญเสียงบประมาณในการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม / ระบบสาธารณูปโภค อาทิ ถนน แหล่งน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง
2. ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ เมื่อสถานประกอบการถูกเพลิงไหม้จนอาคารพังเสียหาย ต้องหยุดประกอบการถาวร/ชั่วคราว ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการ ลูกจ้างในสถานประกอบการ และอาจส่งผลกระทบในด้านการจัดเก็บภาษีในอนาคต
3. สูญเสียงบประมาณในการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม / ระบบสาธารณูปโภค อาทิ ถนน แหล่งน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง
04การควบคุมที่มีอยู่ Control in Place
ก่อนเกิดเหตุ
การลดความเสี่ยงภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย
1. ตรวจเฝ้าระวังสถานประกอบกิจการที่มีการจัดเก็บ การผลิต การสะสม การขนส่ง และการใช้สารเคมีและวัตถุอันตรายที่มีความเสี่ยงภัยในระดับสูง โดยบูรณาการทีมตรวจร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สำนักงานเขต และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยการตรวจประเมินด้านสารเคมีและวัตถุอันตรายให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
2. สำนักงานเขต ควบคุม กำกับ ดูแล ขอความร่วมมือ สถานประกอบการที่มีสารเคมีอันตราย
• 2.1 ดำเนินการจัดเก็บสารเคมีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
• 2.2 จัดทำข้อมูลสารเคมีและวัตถุอันตรายที่ครอบครอง (ชนิดและปริมาณของสารเคมีและวัตถุอันตรายที่ครอบครอง เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (Safety Data Sheet : SDS). สารดูดซับสารเคมี แผนอัคคีภัย แผนฉุกเฉินสารเคมี)
3. สำนักงานเขตและสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและตรวจประเมินสถานประกอบการที่มีสารเคมีอันตราย โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
4. จัดทำฐานข้อมูลแผนที่ความเสี่ยงสารเคมี (BKK Risk Map)
5. จัดทำฐานข้อมูล กำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์การกู้ชีพ กู้ภัย ให้พร้อมเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน
6. ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลพื้นที่ความปลอดภัย เพื่อรองรับการอพยพให้เป็นปัจจุบัน
7. เสริมสร้างความรู้และความตระหนัก แก่ผู้ประกอบการโรงงานที่ใช้สารเคมี/สถานที่สะสมสารเคมี นักเรียน และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการป้องกันและระงับภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย
8. จัดทำสรุปบทเรียน (Lesson Learning) ของการเกิดอุบัติภัยสารเคมีและวัตถุอันตรายครั้งสำคัญในประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการในอนาคต
การเตรียมความพร้อม
1. จัดทำบัญชีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสารเคมีและวัตถุอันตราย
2. จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ ยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานและตอบโต้อุบัติภัยสารเคมี
3. ฝึกอบรมอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย อาสาสมัครป้อง
การลดความเสี่ยงภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย
1. ตรวจเฝ้าระวังสถานประกอบกิจการที่มีการจัดเก็บ การผลิต การสะสม การขนส่ง และการใช้สารเคมีและวัตถุอันตรายที่มีความเสี่ยงภัยในระดับสูง โดยบูรณาการทีมตรวจร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สำนักงานเขต และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยการตรวจประเมินด้านสารเคมีและวัตถุอันตรายให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
2. สำนักงานเขต ควบคุม กำกับ ดูแล ขอความร่วมมือ สถานประกอบการที่มีสารเคมีอันตราย
• 2.1 ดำเนินการจัดเก็บสารเคมีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
• 2.2 จัดทำข้อมูลสารเคมีและวัตถุอันตรายที่ครอบครอง (ชนิดและปริมาณของสารเคมีและวัตถุอันตรายที่ครอบครอง เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (Safety Data Sheet : SDS). สารดูดซับสารเคมี แผนอัคคีภัย แผนฉุกเฉินสารเคมี)
3. สำนักงานเขตและสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและตรวจประเมินสถานประกอบการที่มีสารเคมีอันตราย โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
4. จัดทำฐานข้อมูลแผนที่ความเสี่ยงสารเคมี (BKK Risk Map)
5. จัดทำฐานข้อมูล กำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์การกู้ชีพ กู้ภัย ให้พร้อมเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน
6. ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลพื้นที่ความปลอดภัย เพื่อรองรับการอพยพให้เป็นปัจจุบัน
7. เสริมสร้างความรู้และความตระหนัก แก่ผู้ประกอบการโรงงานที่ใช้สารเคมี/สถานที่สะสมสารเคมี นักเรียน และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการป้องกันและระงับภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย
8. จัดทำสรุปบทเรียน (Lesson Learning) ของการเกิดอุบัติภัยสารเคมีและวัตถุอันตรายครั้งสำคัญในประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการในอนาคต
การเตรียมความพร้อม
1. จัดทำบัญชีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสารเคมีและวัตถุอันตราย
2. จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ ยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานและตอบโต้อุบัติภัยสารเคมี
3. ฝึกอบรมอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย อาสาสมัครป้อง
05หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Risk Relative
สสล., สนย., สำนักงานเขต, อื่น ๆ, สนน.