Showing 1-24 of 24 items.
#แบ่งกลุ่ม ESGประเภท ความเสี่ยงNo.ความเสี่ยง (Risk)ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor)ความเสี่ยงที่มีความเสี่ยงที่คงเหลือผลกระทบภายใน (Internal Impact)ผลกระทบภายนอก (External Impact)โอกาสที่เกิด x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่มี (*คำนวณ)โอกาสที่เหลือ x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่เหลือ (*คำนวณ)หน่วยงานจัดการความเสี่ยง (Risk Owner)
 
1S10. ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน10.1.1 เกิดอาชญากรรม
สถานที่เปลี่ยว ลับตาคน มืดสลัว ไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่ค่อยมีผู้คน สัญจรไปมา ที่รกร้าง อาคารร้าง หน้าสถานศึกษา สถานบันเทิง ป้ายรถประจำทาง ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ

6

3
1. กรุงเทพมหานครและภาครัฐ
ไม่สามารถสร้างควรปลอดภัยให้กับ
ประชาชนและไม่ได้
รับความเชื่อมั่นจากประชาชน
2. กรุงเทพมหานคร และภาครัฐ
สูญเสียทรัพยากร และมีภาระงาน
ในการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น
3 เกิดผลกระทบกับประเทศ
เศรษฐกิจ สูญเสียรายได้จาก
การท่องเที่ยว ปัญหาสังคม และ
การเมือง
ประชาชนได้รับบาดเจ็บ
เสียชีวิต หวาดกลัว รู้สึกไม่
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ไม่เชื่อมั่นในระบบรักษาความ-
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สถิติการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่
กรุงเทพมหานคร ปี 2565
ความผิดต่อชีวิตร่างกาย 2,363 กรณี
ควาผิดต่อทรัพย์ 8,047 กรณี
รวม 10,410 กรณี คิดเป็นร้อยละ
15.74 ของประเทศที่ 66,125 กรณี (สจส.)
6ปานกลาง3ปานกลางสนท.
2S10. ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน10.2.1เกิดอุบัติเหตุทางการจราจรในพื้นที่กรุงเทพ
1) มีปริมาณรถจำนวนมาก 2) มีผู้ค้าจำหน่ายสินค้าบนผิวจราจร และทางเท้า 3 ) ผู้ขับขี่ขาดวินัยจราจรไม่ปฏิบัติ ตามกฎจราจร

8

6
1. กรุงเทพมหานครไม่สามารถ
จัดการจราจร และสร้างความ
คล่องตัวในการเดินทางในช่วงเวลา
ที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวได้
2. ส่งผลกระทบกับการเรียน
การสอน และการดูแล
ความปลอดภัยให้กับนักเรียน
บริเวณหน้าโรงเรียน
1. จราจรติดขัด เสียเวลาเดินทาง
2. เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและ
ทรัพย์สิน
จากรายงานสถิติจราจร ปี 2565
สถิติอุบัติเหตุทางจราจรของ กทม.
มี 31,122 คดี คิดเป็นร้อยละ 49.50
ของจำนวนอุบัติเหตุทั้งหมดของ
ประเทศ 62,869 คดี มีผู้เสียชีวิต
490 ราย บาดเจ็บสาหัส 869 ราย
8สูง6ปานกลางสนท.
3S10. ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน10.3.1เกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ท่อประปาแตก ไฟฟ้ารั่ว ฯลฯ
1) ระบบสาธารณูปโภคมีสภาพไม่ดี ไม่พร้อมใช้งาน ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และชำรุด เพราะขาดการบำรุงรักษา อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

9

4
1. การสื่อสารขัดข้อง เช่น
สายเคเบิล สายโทรศัพท์ ฯลฯ
ชำรุดเสียหายส่งผลกระทบต่อ
การทำงาน
2. ต้องเสียงบประมาณในการ
ซ่อมแซม และแก้ไขผลกระทบ
ที่เกิดขึ้น
1. ประชาชนได้รับบาดเจ็บ
เสียชีวิต และทรัพย์สินได้รับ
ความเสียหาย
2. การจราจรติดขัด
3. เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
9สูง4ปานกลางสนท.
4S10. ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน10.4.1เกิดอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
1) ความประมาทเลินเล่อของวิศวกรควบคุมงานหรือคนงานก่อสร้าง 2) ตรวจติดตามและควบคุมการก่อสร้างไม่ทั่วถึง 3) อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบหรือบำรุงรักษา อย่างสม่ำเสมอ 3) ความประมาทในปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และคนงานก่อสร้าง 4) ผู้รับจ้างละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง

5

3
1. กรณีเกิดในการก่อสร้างภาครัฐทำให้งานก่อสร้างมีความล่าช้า
2. เจ้าหน้าที่อาจถูกตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ
1. ประชาชนได้รับบาดเจ็บและ
เสียชีวิต
2. ทรัพย์สินของประชาชน
ได้รับความเสียหาย
3. ส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร และสูญเสียความน่าเชื่อถือของประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง


จากรายงานสุขภาพคนไทย
ปี 2567 พบว่า ในปี 2562
มีการเกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง
ทั้งสิ้น 11,599 กรณี คิดเป็น
ร้อยละ 12 จากอุบัติเหตุทั้งหมด
94,906 กรณี
ต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตจากการ
ก่อสร้าง 186 คน จากผู้เสียชีวิต
639 คน คิดเป็นร้อยละ 29
5ปานกลาง3ปานกลางสนย.
5S10. ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน10.5.1เกิดอุบัติเหตุในระบบขนส่งสาธารณะ
1) พฤติกรรมเสี่ยงและความประมาทของผู้ปฏิบัติงาน (Human Error) 2) สภาพกายภาพของเส้นทางหรือจุดเชื่อมต่อที่ขาดอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย 3).สภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุในระบบการขนส่งสาธารณะ

8

4
1. ความรับผิดชอบทางกฎหมาย การชดใช้ค่าเสียหาย และภาวะการถูกฟ้องร้อง
2. ภาระงานในการกู้ภัยและฟื้นฟูการให้บริการให้กลับสู่สภาวะปกติ
3. ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบขนส่งมวลชน
1. ประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
2. ประชาชนสูญเสียทรัพย์สิน
3. การเดินทางไม่สะดวก การจราจรติดขัดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนเส้นทางขนส่งมวลชน
2. ความเชื่อมั่นต่อระบบขนส่งมวลชนลดลง ส่งผลต่อเป้าหมายการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
8สูง4ปานกลางสจส.
6S11.โรคระบาด11.1.1การระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงเป็นพาหะ
1) ในภาวะน้ำท่วมขังมีโอกาสที่จะเกิด การระบาดของโรคติดต่อได้ โดยเฉพาะ ขณะน้ำท่วมและหลังน้ำลด เช่น โรคไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ตาแดง อุจจาระร่วง ฉี่หนู ฯลฯ 1) น้ำท่วมและน้ำขัง: ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในช่วง ฤดูฝน ในภาวะน้ำท่วมขังจะเป็นแหล่งเพาะ พันธุ์ยุง จึงมีโอกาสก่อให้เกิดการระบาดของ โรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงเป็นพาหะ รวมทั้ง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคตาแดง โรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู ฯลฯ 2) การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ: อุณหภูมิที่สูงขึ้นช่วยเร่งวงจรชีวิตของยุงลายให้เจริญเติบโตเร็วขึ้น ทำให้เชื้อไวรัสในตัวยุงแพร่เชื้อได้ไวขึ้น

9

4
1. ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบ
สุขาภิบาลน้ำ อาหารและะชาชน
สิ่งแวดล้อมไม่ดี กรุงเทพมหานคร
ต้องวางมาตรการดูแลเพิ่มขึ้น
1. กรุงเทพมหานครต้องวางมาตรการ
ปรับปรุงระบบสุขาภิบาลและการจัด
การสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
เพื่อลดแหล่งเพาะเชื้อ
2. เกิดการแพร่ระบาดของ
โรคติดต่อทั้งในพื้นที่และ
ในวงกว้างและกรุงเทพมหานคร
เกินทรัพยากรและศักยภาพ
ในการดูแลของกรุงเทพมหานคร
3. เกิดผลกระทบต่อระบบ
เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์
การท่องเที่ยวของ กทม.
(not set)9สูง4ปานกลางสนอ.
7S11.โรคระบาด11.1.2การแพร่กระจายของโรคระบาด/โรคติดต่อ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
2) ความหนาแน่นของประชากรสูง: เนื่องจากกรุงเทพมหานคร มีประชากร อาศัยและทำงานจำนวนมากในพื้นที่จำกัด รวมทั้งการอาศัยอยู่ในพื้นที่แออัด เช่น ชุมชนริมคลอง แฟลต เคหะต่างๆ จึงทำให้โรคติดต่อแพร่กระจายได้อย่าง รวดเร็ว เช่น โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 วัณโรค ไข้หวัดใหญ่

20

9
1. มีโอกาสเกิดการแพร่ระบาดของ
โรคติดต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เป็นวงกว้าง
และไม่สามารถจำกัดขอบเขต
ของการแพร่ระบาดได้
2. ระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอต่อ
การรักษา หรือให้ภูมิคุ้มกันกับประชาชน
3. ใช้งบประมาณในการควบคุมและ
ป้องกันโรคสูง 4. เกิดผลกระทบต่อระบบ
เศรษฐกิจและภาพลักษณ์
การท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร
(not set)20สูงมาก9สูงสนอ.
8S11.โรคระบาด11.1.2 3การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ/โรคอุบัติใหม่จากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
2) การเคลื่อนย้ายประชากรสูง เนื่องจากมีช่องทางเข้าออกระหว่าง ประเทศที่สะดวก หลายช่องทางได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพฯ (คลองเตย) ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ท่าอากาศยาน อีกทั้ง กรุงเทพฯยังเป็น ศูนย์กลางคมนาคม และการค้าขาย เป็นประจำ ซึ่งอาจนำโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคติดต่อที่อุบัติใหม่ เช่น โรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส โรคที่มาจากสัตว์ นำโรค เช่น โรคฉี่หนู กาฬโรคปอด โรคไวรัส ซิการ์ ฯลฯ เข้ามาระบาดได้ 3) การเคลื่อนย้ายแรงงานและนักท่อง เที่ยว: เนื่องจากกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและกา รท่องเที่ยว จึงมีแรงงานต่างจังหวัด แรงงานต่างด้าวและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้า-ออก จำนวนมาก อีกทั้ง ยังมีช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ที่สะดวก หลายช่องทาง ได้แก่ ท่าเรือ กรุงเทพฯ (คลองเตย) ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ซึ่งเพิ่มโอกาสในการนำโรคติดต่อ อุบัติใหม่จากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เช่น โรคไข้หวัดนก โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 โรคติดเชื้อ ไวรัสอีโบลา โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์

20

9
1. มีโอกาสเกิดการแพร่ระบาด
ของโรคติดต่อในพื้นที่และวงกว้าง
และไม่สามารถจำกัดขอบเขต
ของการแพร่ระบาดได้
2. ระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ
ต่อการรักษา หรือให้ภูมิคุ้มกัน
กับประชาชน
3. ใช้งบประมาณในการควบคุมและ
ป้องกันโรคสูง
3. 4. เกิดผลกระทบต่อระบบ
เศรษฐกิจและภาพลักษณ์
การท่องเที่ยว กทม.
(not set)20สูงมาก9สูงสนอ.
9S11.โรคระบาด11.1.3 4โรคติดต่อ/โรคระบาดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ มลพิษทางอากาศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มสูงขึ้น
3) 4)การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศ ทำให้เกิดการแพร่ ระบาดของโรค เช่น โรคไข้หวัดนก เกิดจากการอพยพของนกในฤดูหนาว โรคไข้เลือดออก โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ทำให้โรคระบาดมีแนวโน้มรุนแรงและ แพร่กระจายมากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่มี ยุงและแมลงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือด ออก มาลาเรีย และชิคุนกุนยา โรคไข้ หวัดนก ที่เกิดจากการอพยพของนกใน ฤดูหนาว รวมถึงโรคทางเดินหายใจ จากมลพิษทางอากาศ (PM2.5)

9

4
1. มีโอกาสเกิดการแพร่ระบาด
ของโรคติดต่อในพื้นที่และวงกว้าง
และไม่สามารถจำกัดขอบเขต
ของการแพร่ระบาดได้
2. ระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ
ต่อการรักษา หรือให้ภูมิคุ้มกัน
แต่ประชาชน
3. ใช้งบประมาณในการ
ป้องกันและควบคุมโรคสูง
(not set)9สูง4ปานกลางสนอ.
10S12. การก่อการร้าย12.1.1การก่อการร้าย การขยายตัวของแนวคิดสุดโต่ง ที่นิยมความรุนแรง และอาชญากรรมข้ามชาติ
1. กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มีสถานที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางการปกครอง จึงอาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุ 2. นโยบายของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการท่องที่ยวผ่านมาตรการต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อมาตรการคัดกรองบุคคลเข้าประเทศ ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุ 3. ประเทศไทยมีค่าครองชีพที่ไม่สูงมากนัก 4. การปลอมแปลงหนังสือเดินทาง เอกสารผ่านแดน และ/หรือ เอกสารอื่นเกี่ยวกับตัวบุคคลเพื่อใช้ระหว่างพักอาศัยในพื้นที่สามารถทำได้ไม่ยาก 5. การแพร่กระจายแนวคิดและอุดมการณ์การเมือง หรือความเชื่อแบบสุดโต่งอย่างรวดเร็วผ่านการใช้เครือข่ายสารสนเทศ (Internet) และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเสรี โดยมักใช้เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมาย

5

5
1. ประชาชนขาดความเชื่อมั่น
ต่อระบบความปลอดภัยของรัฐ
2. กระทบต่อเศรษฐกิจ
การลงทุน และการท่องเที่ยว
3. กทม. ต้องสูญเสีย
งบประมาณในการป้องกัน
และฟื้นฟูความเสียหาย
ส่งผลกระทบต่อการพัฒนา
กรุงเทพมหานคร
1. ประชาชนเกิดความหวาดกลัว
เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ มีผลต่อ
สุขภาพจิต
2. ชีวิตและทรัพย์สินของ
ประชาชนได้รับ
ความเสียหาย
3. ประชาชนถูกหลอกลวง ฉ้อโกง
จากอาชญากรรมข้ามชาติ
4. กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น
ของนักลงทุนต่างชาติ
และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ที่มีต่อประเทศไทย
5ปานกลาง5ปานกลางสปท., กอ. รมน.กทม.
11S13.ความขัดแย้งทางสังคม13.1.1ความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
1. กรุงเทพมหานครเป็นเมืองศูนย์กลาง ของประเทศ ดังนั้นเมื่อมีปัญหาความ ขัดแย้งของคนในชาติ ไม่ว่า จะเกิดในพื้นที่ใดของประเทศ ทั้งจาก ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองหรือ ผลกระทบในการประกอบอาชีพหรือ จากการดำเนินนโยบายของรัฐก็มักจะมีกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบเดินทางเข้ามาเรียกร้อง หรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่กทม.เสมอ 2. สภาพแวดล้อมทางการเมืองของไทย มีลักษณะเป็นการแบ่งขั้ว (Polita Polarization) 3. ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อันเป็นผลสืบเนื่องจาก การเข้าถึงทรัพยากรอย่างไม่เท่าเทียม และความรุนแรงทางวัฒนธรรม 4. แม้การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนได้อย่างเสรี แต่ในทางกลับกัน เทคโนโลยีดิจิทัลก็กลายเป็นพื้นที่ส่งเสริม บรรยากาศแห่งความขัดแย้งรุนแรง โดย การโจมตีทางข้อมูลข่าวสาร การสร้างข้อมูลข่าวสารปลอมหรือบิดเบือน (Fake News) หรือเกิดความการยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง

5

3
1. ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อ
การปฏิบัติงานของทุกภาคส่วน
2. การบริหารงานทางการเมือง
ไม่มีเสถียรภาพ
3. กระทบต่อความเชื่อมั่น
ระหว่างประเทศ
4. เกิดการแสวงหาอำนาจ
พวกพ้อง
5. มีการรวมตัวหรือจับกลุ่ม
เพื่อเรียกร้องสิทธิ์
6. มีการร้องเรียนหรือร้องทุกข์
กับหน่วยงานต่างๆ
7. ความเสียหายต่อระบบ
สาธารณูปโภค เช่น
- ขโมยทรัพย์สิน สายไฟ
ไฟสปอร์ทไลท์
- การทำลายทรัพย์สิน
การเจาะถนน เพื่อตั้งสมอบก
- การทำลายกล้อง CCTV
เพื่อไม่ให้บันทึกภาพ
- การเจาะท่อประปา เพื่อต่อ
น้ำใช้
15. 8. สูญเสียงบประมาณแผ่นดินในการแก้ไขปัญหา
1. ปัญหาความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สินของประชาชน
2. ความไม่สะดวกในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน
3. ผลกระทบทางด้านจิตใจ
3. กระทบต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ
4. แตกความสามัคคีแบ่งเป็น
ฝักเป็นฝ่ายของคนในชาติ
5. ผลกระทบด้านการศึกษา
6. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
ธุรกิจ การค้า การส่งออก
การลงทุน การท่องเที่ยว
7. เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม
8. ผลกระทบด้านปัญหาสิทธิมนุษยชน
ของประเทศ
5ปานกลาง3ปานกลางสปภ., สปท.
12S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.1การเผชิญภาวะเจ็บป่วยและขาดคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
1) จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ประเทศไทย มีสัดส่วนของประชาชนวัยสูงอายุเพิ่มขึ้น เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรวัยเด็ก นอกจากนี้ ยังพบว่า อัตราส่วนเกื้อหนุนผู้สูงอายุ มีแนวโน้มลดลง และมีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ คนเดียวตามลำพังโดยปราศจากคู่ชีวิตที่จะ ช่วยเหลือและปรึกษากันในบั้นปลายชีวิต มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุหญิง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วส่งผลให้การพึ่งพาทางเศรษฐกิจ และการเกื้อหนุนทางสังคมระหว่างประชากร วัยต่าง ๆ เปลี่ยนไป ศักยภาพของวัยแรงงาน ในการสนับสนุนผู้สูงอายุลดลง ในส่วนของ ผู้สูงวัยก็มีอายุยืนยาวขึ้น ต้องเผชิญกับภาวะ การเจ็บป่วยและการช่วยเหลือตนเองได้น้อยลง ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีผู้สูงอายุ จำนวนประมาณ 767,516 คน ที่จะต้อง ดูแลและจัดสวัสดิการ หมายเหตุ จำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.2 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2503 เป็น 8.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2553 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.6 เป็นร้อยละ 13.2) ในขณะที่มีหน่วยงานหรือองค์กรที่รองรับผู้สูงอายุไม่เพียงพอ นอกจากนี้ กฎหรือระเบียบต่าง ๆ ยังทำให้ผู้สูงอายุหลายรายไม่สามารถเข้ารับบริการจากองค์กรของรัฐและเอกชนได้

16

9
1. จำนวนแรงงานในวัยแรงงาน
ลดลงทำให้กรุงเทพมหานครและ
หน่วยงานภาครัฐขาดกำลังคน
ในการเข้ามาทำงานร่วมกับ
กรุงเทพมหาคร
2. การจัดเก็บภาษีได้ลงลงรายได้
และงบประมาณของกรุงเทพ
มหานครลดลง
3. กรุงเทพมหานครต้องใช้
งบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุ
เพิ่มสูงขึ้น
1. ผู้สูงอายุขาดคุณภาพชีวิตที่ดี
2. ผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแล
อย่างเสมอภาคและทั่วถึง
3. ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพ
ที่ไม่พึงประสงค์
4. ผู้สูงอายุขาดที่อยู่อาศัย
ที่เหมาะสม
5. ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะ
ทุพพลภาพ หรือภาวะพึ่งพา
สูงเพิ่มขึ้น
6. ผู้สูงอายุขาดการดูแล
เอาใจใส่จากสมาชิกในครอบครัว
7. รายได้ครัวเรือนไม่เพียงพอ
8.ผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว
ซับซ้อนและภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น
ต้องการการดูแลรักษา
ที่หลากหลายศาสตร์
(สพส.)
สถิติ
สถิติผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพ
มหานคร ปี 2566 คิดเป็น
ร้อยละ 22.94
16สูงมาก9สูงสยป., สพส., สนย., สนพ.
13S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.2การอพยพย้ายถิ่นฐานของประชากรและประชากรแฝง และผู้หลบหนีเข้าเมือง
1) ถิ่นฐานเดิมมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี และไม่มีคุณภาพ มีทรัพยากรจำกัด 2) ประชากรต้องการเข้ามาเพื่ออยู่อาศัย มาเรียนหนังสือ มาทำงานหรือประกอบธุรกิจ และอื่นๆ โดยไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในกรุงเทพมหานคร (สพส.) - คนต่างจังหวัด/คนต่างชาติ ที่เข้ามาอยู่อาศัย ทำงานหรือประกอบธุรกิจ (สพส.) - คนไร้บ้าน คนเร่ร่อน และคนขอทาน (สพส.) - นักท่องเที่ยว (สพส.) - นักเรียนและนักศึกษาไทย/ต่างชาติ ที่เข้ามาเรียน (สพส.) - ผู้หลบหนีเข้าเมือง (สพส.) อาทิ คนจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอพยพเข้ามาอยู่อาศัยและทำงานเนื่องจากความขัดแย้งในประเทศ การเข้ามาของสาธารณรัฐประชาชนจีน

25

16
1. กรุงเทพมหานครต้องรองรับ
การดูแลประชากรแฝงมากขึ้น
2. การที่มีประชากรแฝงจำนวนมาก
และไม่สามารถกำหนดจำนวน
และลักษณะที่ชัดเจนทำให้
ไม่สามารถประมาณการงบประมาณ
และบริการที่ตัองจัดบริการรองรับ
ได้อย่างเหมาะสม เพียงพอ
3. ทรัพยากรลดลง ไม่เพียงพอ
สำหรับอนาคต
4.1. มีเด็กและเยาวชนต่างด้าวเข้ามาเป็นนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรและบุคลากรมาดูแล
5. อัตรากำลังและทรัพยากรในการทำงานไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานหรือให้บริการ
6. สภาพบังคับทางกฎหมายของกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่มีข้อจำกัด และขาดความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน
1. ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย แออัด
คุณภาพชีวิตไม่ดี
2. การที่ประชากรแฝงได้รับบริการ
ขั้นพื้นฐานที่ไม่เพียงพอตามที่พึงได้รับ
อันเนื่องมาจากข้อจำกัดบางประการ
เช่น ปัญหาเกี่ยวกับสถานะบุคคล
3. ความไม่ปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สิน เช่น อาชญากรรม
ยาเสพติด การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร เป็นต้น
4. ปัญหาสังคม เช่น ปัญหาครอบครัว
ความรุนแรงในครอบครัว คนไร้บ้าน คนเร่ร่อน และคนขอทาน เป็นต้น
5. อาชีพและรายได้ไม่เพียงพอ
6. ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการดูแล
ประชากรแฝงมากขึ้น
7. ภาพลักษณ์ของประเทศไทย
เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
8. ปัญหาการใช้แรงงานผิดกฎหมาย การแย่งงานชาวไทย และการประกอบกิจการหรือธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต
9. ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำเน่าเสีย ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น และปัญหาเรื่องความสะอาดในพื้นที่ต่างๆ
11. 10. เกิดโรคติดต่อจากกลุ่มประชากรแฝง
12. 11. การจัดบริการทางการแพทย์/บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ
13. 12. สิทธิการรักษาแรงงานต่างด้าว การสวมสิทธิการรักษา
14. 13. การติดตามต่อเนื่องผู้ป่วยประชากรแฝง จากการย้ายที่อยู่"
25สูงมาก16สูงมากสพส.
14S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.3การเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานต่างด้าว
1) - ถิ่นฐานเดิมมีค่าจ้างแรงงานต่ำ ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และคนไทย ไม่ประกอบอาชีพบางประเภท จึงเป็น โอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้ามา การเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน - เด็กที่ติดตามครอบครัวที่เป็นแรงงาน ต่างด้าวหรือเด็กที่เกิดจากแรงงานต่างด้าว ที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเด็กต้องได้รับสิทธิ ด้านการศึกษา การสาธารณสุข ตามหลัก อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และ SDGs (สพส เพิ่มข้อความ) - แรงงานข้ามชาติ/Digital Nomad

25

20
1. ไม่สามารถจัดบริการขั้นพื้นฐานให้เพียงพอต่อความต้องการได้
2. ต้องใช้ทรัพยากรในการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุข
3. การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ไม่เพียงพอ
4. การทำงานนอกกฎหมายที่กำหนด
5. ภาระทางงบประมาณในการ
จัดบริการด้านการศึกษา
การบริการสาธารณสุข ให้แก่
เด็กต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย
กรณีเด็กอยู่ในกรุงเทพมหานคร
อยู่ภายใต้การดูแลของ
ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร (สพส เพิ่มข้อความ)
1. ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด
2. แรงงานไทยระดับล่างถูกแย่งงาน
ส่งผลให้เกิดปัญหาว่างงาน
3. ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
4. การรับบริการขั้นพื้นฐาน
ไม่เพียงพอตามที่พึงได้รับ
อันเนื่องมาจากข้อจำกัดบางประการ
เช่น ปัญหาเกี่ยวกับสถานะบุคคล
5. ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
6. บุคลาการทางการแพทย์ไม่เพียงพอในการให้บริการ
7. งบประมาณสำหรับการ
ดูแลเด็กในประเทศเพิ่มขึ้น
(สพส เพิ่มข้อความ)
25สูงมาก20สูงมากสปส., สพส., สนพ., สนอ., สปท.
15S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.4ประชากรเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มที่จะมีบุตรเร็วขึ้น
1) ขาดความรู้เรื่องเพศศึกษาและ การยับยั้งชั่งใจ ดำเนินชีวิตตามกระแส ของสังคม ปัญหาชีวิตและครอบครัว ที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ 2) เด็กและเยาวชนเข้าไม่ถึงวิธีการคุมกำเนิด อาทิ ถุงยางมีราคาแพง อคติต่อการซื้ออุปกรณ์คุมกำเนิดของเยาวชน

12

8
1. กรุงเทพมหานครต้องใช้ทรัพยากร
และบุคลากรในการดูแลมากกว่าแม่ในวัยที่เหมาะสมมีบุตร
2. ฝากครรภ์ล่าช้า (Delay ANC)
1. แม่และเด็กไม่มีคุณภาพและ
ไม่ได้รับการพัฒนาตามวัย
2. เป็นภาระของสังคมเมื่อถูก
ทอดทิ้ง
3. เด็กมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา
4. ต้องใช้ทรัพยากรในการดูแลสุขภาพ
มารดาวัย่นเพิ่มขึ้น
12สูงมาก8สูงสนศ., สนอ.
16S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.5อัตราการตายของผู้ชายสูงขึ้น
1) ผู้ชายมีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่มี ความเสี่ยงสูง ไม่ค่อยดูแลสุขภาพ และ ทำงานที่มีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง

9

6
1. ขาดแรงงานที่เป็นเพศชาย1. ขาดผู้นำครอบครัว
2. สัดส่วนของเพศชาย/หญิง
ไม่สมดุล
9สูง6ปานกลางอื่นๆ, สนอ.
17S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.6งบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับการดำเนินการในสังคมผู้สูงอายุ
1) การคิดค้นวิทยาการสมัยใหม่ทาง วิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น กระแสโลกาภิวัตน์ และแนวโน้มการ หันมาดูแลสุขภาพของตนเองแบบเชิงรุก มากขึ้น 2) คนอายุยืนขึ้น 3) ความต้องการดูแลผู้สูงอายุ ระหว่างวันเพิ่มสูงขึ้น ผู้สูงอายุและ ครอบครัวขาดทางเลือกในการดูแล ที่เหมาะสม เพิ่มภาระผู้ดูแล ในครัวเรือน อาจนำไปสู่การเข้า สู่ภาวะพึ่งพิงเร็วกว่าที่ควร (สพส เพิ่มข้อความ)

9

6
คนอายุยืนขึ้น รัฐต้องรับภาระในการดูแลเพิ่มขึ้น สัดส่วนประชากรไม่สมดุลกับงบประมาณ การจัดระบบ สาธารณูปโภคและบริการด้านต่าง ๆ ของรัฐต้องเพิ่มขึ้นงบประมาณไม่เพียงพอในการรองรับการดำเนินงานด้านสาธารณสุขอื่นๆ ในสังคม9สูง6ปานกลางสนพ., สนอ., สพส., สวท., สวพ.
18S14.การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์14.1.7อัตราการเกิดลดลง
1) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและค่านิยม ทางสังคม อาทิเช่น ผู้หญิงที่ทำงานมีจำนวน และอัตราที่สูงขึ้น การแต่งงานช้าลงทำให้ค่า เฉลี่ยคู่สมรสมีอายุสูงขึ้น ครอบครัวมีบุตรคน แรกช้ากว่าในอดีต แนวโน้มของการเป็นโสด ที่เพิ่มมากขึ้น การให้คุณค่ากับความสำเร็จของชีวิตมากกว่าการมีบุตร 2) นโยบายหรือมาตรการจูงใจในการมีบุตรไม่ชัดเจน

20

12
1. ประชากรลดลง การลงทุนใน
บริการสาธารณะหรือโครงสร้าง
พื้นฐานจะเป็นการขาดผู้ใช้งาน
2. ขาดแรงงานในภาคธุรกิจ
และเกษตรกรรม
1. ครอบครัวเดี่ยวจะมากขึ้น รวมถึงช่องว่างระหว่างวัยมากขึ้น เนื่องจากการมีบุตรช้าลง
2. รูปแบบสังคมเปลี่ยนไป คนจะมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง และเน้นการรวมกลุ่มในโลกดิจิทัลมากขึ้น
20สูงมาก12สูงมากสนอ.
19S15. เศรษฐกิจ15.1.1การท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ได้
1. กรุงเทพมหานครมีเมืองคู่แข่ง ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งแบ่งสัดส่วนของนักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร 2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเทียว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครสูงกว่า เมืองอื่นในภูมิภาคเดียวกัน 3. ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวของ กรุงเทพมหานครเป็นทรัพยากร ที่มีอยู่เดิม กรุงเทพมหานครไม่ได้ มีการสร้างทรัพยากรการท่องเที่ยว ใหม่ ๆ เพิ่มเติมเท่าที่ควร

15

8
1. ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยว
ของกรุงเทพมหานครลดลง
2. แหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพ
มหานครขาดแหล่งทุนในการ
ดูแล บำรุงรักษา
1. ศักยภาพด้านการเงิน
และสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
ลดลงและกระทบกับการจ้าง
งานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
2. รายได้ของผู้ประกอบการ
ส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขัน
15สูงมาก8สูงสวท.
20S15. เศรษฐกิจ15.1.2ด้านการลงทุน และการประกอบชีพ
1. ต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ในพื้นที่กรุงเทพค่อนข้างสูงและมี ขั้นตอนในการขออนุญาติยุ่งยาก ทำให้ผู้ประกอบการหันไปพื้นที่อื่น 2. ค่าครองชีพและต้นทุน ในการประกอบอาชีพของ ประชาชนกรุงเทพมหานครสูงกว่า ต่างจังหวัดและค่าที่ดินและที่อยู่อาศัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครข้อนค่าง ค่อนข้างสูง 3. ปัญหาทุนใหญ่ผูกขาดในระบบ ธุรกิจของบริษัทรายใหญ่มีสัดส่วน การถือครองตลาดมากและในหลาย ประเภทธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการ รายย่อยทำธุรกิจด้วยความยากลำบาก 4. ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายย่อย ยังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ และไม่ได้รับ การสนับสนุนด้านการตลาด (สพส.)

10

4
1. ศักยภาพในการแข่งขันของ
ผู้ประกอบการในพื้นที่ลดลง
2. ผู้ประกอบการ และนักลงทุน
ต่างประเทศ ไม่สนใจเข้ามา
ลงทุนในพื้นที่
3. ผู้ประกอบการรายย่อยขาด
ช่องทางการประกอบอาชีพ
และสร้างรายได้ให้ครอบครัว
กลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ (สพส.)
(not set)10สูง4ปานกลางสพส.
21S15. เศรษฐกิจ15.1.3ด้านพฤติกรรมการออมเงิน (สพส.)
1. พฤติกรรมการออมของคนไทย มีเงินเก็บออมลดลง ไม่มีเงินออมเพื่อฉุกเฉิน และขาดความสามารถในการวางแผนและเริ่มออมเงินเพื่อใช้ตอนเกษียณ โดยข้อมูลจากรายงานผลการสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2565 ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า 87.50% ของคนไทยมีเงินเก็บออมลดลงเล็กน้อย 71.70% มีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน แต่มีเพียง 22.40% ที่มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินในระดับที่เหมาะสม (เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายเมื่อต้องหยุดงาน 6 เดือนขึ้นไป) และ 61.10% ของคนไทยมีการวางแผนและเริ่มออมเงินเพื่อใช้ตอนเกษียณ แต่มีเพียง 15.70% ที่สามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้ (สพส.) (สพส ตัดข้อความ)

12

6
1. ปัญหาค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องถึงพฤติกรรมการออมเงินของคนไทย
2. ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลต่อเนื่องถึงสภาพคล่องด้านการเงินของคนไทย (สพส.)
1. สภาพคล่องของครัวเรือนต่ำ กระทบต่อพฤติกรรมการออม
2. ไม่มีความพร้อมทางการเงินในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
3. คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่หลังเกษียณได้รับผลกระทบ
12สูงมาก6ปานกลางสพส.
22S16. การละเมิดสิทธิมนุษยชน16.1.1เจ้าหน้าที่ขาดการรับรู้เรื่องการเลือกปฏิบัติทางเพศและการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน
1) การสื่อสารของนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติ ทางเพศ และการป้องกันการล่วงละเมิดหรือการ คุกคามทางเพศในการทำงาน ไม่ครอบคลุมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกคน 2) บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจ และไม่ให้ความสำคัญกับนโยบายฯ 3) ไม่มั่นใจในระบบการพิจารณา เรื่องร้องเรียน 4) ไม่กล้าร้องเรียน เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในช่องทาง การร้องเรียน การรักษาความลับ และความปลอดภัย 5) ไม่เชื่อมั่นในระบบการสอบสวน หรือดำเนินการทางวินัยที่โปร่งใส เป็นธรรม และรวดเร็ว 6) การมีวัฒนธรรมองค์กรที่เพิกเฉย หรือถือว่าการคุกคามเป็นเรื่อง “เล็กน้อย” หรือ “ยอมรับได้” 7) กรณีการเลือกปฏิบัติทางเพศและการล่วง ละเมิดหรือคุกคามทางเพศเป็นเรื่องปัจเจก บุคคล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก

12

4
1. บุคลากรบางส่วนไม่ทราบสิทธิของตนเอง จึงไม่สามารถป้องกันตนเองได้
2. เกิดพฤติกรรมที่เข้าข่ายล่วงละเมิดโดยไม่รู้ตัว หรือเพิกเฉยต่อการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ
3. เกิดความไม่เป็นธรรมในกระบวนการร้องเรียน ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการ
4. บุคลากรไม่กล้าทักท้วงหรือช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ ทำให้มีพฤติกรรมเสี่ยงแพร่หลาย
5. เกิดวัฒนธรรมเพิกเฉย และผู้ถูกกระทำไม่กล้าร้องเรียน เนื่องจากไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิดหรือปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข
6 .องค์กรเสียภาพลักษณ์
(not set)12สูงมาก4ปานกลางสกก
23S16. การละเมิดสิทธิมนุษยชน16.2.1การถูกละเมิดสิทธิของคนไร้บ้าน
1. นโยบายสาธารณะที่ไม่ครอบคลุม ยังไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาความยากจน การขาดแคลนที่อยู่อาศัยราคาถูก และการเข้าถึงบริการพื้นฐาน 2. ทัศนคติเชิงลบของสังคม การตีตราและเหมารวมคนไร้บ้าน ทำให้ขาดความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ 3. ช่องว่างทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิของคนไร้บ้านอย่างชัดเจน 4. การบังคับใช้กฎหมายในการที่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายอาจใช้กำลังเกินกว่าเหตุ หรือปฏิบัติต่อคนไร้บ้านอย่างไม่เหมาะสม 5. การละเมิดสิทธิของคนไร้บ้านเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีหลากหลายรูปแบบ โดยทั่วไปแล้ว คนไร้บ้านมักจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหลายประการ 5.1 สิทธิในการอยู่อาศัยที่เหมาะสมที่มั่นคงและปลอดภัย ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ความเสี่ยงต่ออาชญากรรม และการถูกขับไล่จากพื้นที่สาธารณะ 5.2 สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะพื้นฐาน - บริการสุขภาพ: การขาดที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทำให้การลงทะเบียนและรับบริการสุขภาพทำได้ยาก หลายคนมีปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาสารเสพติดที่ต้องการการดูแล - การศึกษา: เด็กที่ไร้บ้านไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของพวกเขา - การจ้างงาน: การไม่มีที่อยู่และเอกสารประจำตัว อาจเป็นอุปสรรคในการหางาน ทำให้คนไร้บ้านตกอยู่ในวงจรของความยากจน - สุขอนามัย: การขาดแคลนห้องน้ำสาธารณะและแหล่งน้ำสะอาด ทำให้คนไร้บ้านประสบปัญหาด้านสุขอนามัยอย่างรุนแรง 5.3 สิทธิในการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และเหมารวมว่าเป็นคนเกียจคร้าน เป็นอาชญากร หรือมีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งนำไปสู่การถูกกีดกันทางสังคม การดูถูกเหยียดหยาม และการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือคนทั่วไป 5.4. สิทธิในความปลอดภัยส่วนบุคคล มีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง การคุกคาม การโจรกรรม และการทำร้ายร่างกาย เนื่องจากพวกเขาไม่มีที่หลบภัยที่ปลอดภัย 5.5 สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มีเอกสารสำคัญ อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย หรือเรียกร้องสิทธิเมื่อถูกละเมิดได้ (สพส เพิ่มข้อความ)

6

2
1. ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น เช่น ความเครียดและวิตกกังวลเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกสิ้นหวัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยก ความบอบช้ำทางจิตใจ
2. การสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองและผู้อื่น เช่น ความรู้สึกไร้อำนาจ ความไม่ไว้วางใจ การลดทอนคุณค่าในตนเอง
3. ผลกระทบต่อพัฒนาการทางสังคมและทักษะชีวิต เช่น การขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง การถดถอยของทักษะทางสังคม การติดอยู่ในวงจรความรุนแรง
4. การสูญเสียความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรี เช่น ถูกทำให้ไร้สภาพการถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คน ความอับอายและความรู้สึกผิด แม้กระทั่งรู้สึกผิดกับสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญอยู่
1. นโยบายและกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อคนไร้บ้าน เช่น การขาดที่อยู่อาศัยราคาถูกและเพียงพอ ราคาเข้าถึงได้
การเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐแม้จะมีกฎหมายคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ในทางปฏิบัติ คนไร้บ้านมักถูกปฏิเสธหรือมีเงื่อนไขที่จำกัดสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษา การทำบัตรประชาชน ทำให้พวกเขาขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
2. ทัศนคติและอคติของสังคม เช่น การตีตราและเลือกปฏิบัติ การขาดความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของการไร้บ้าน ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพ หรือความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ไม่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
3. ปัญหาเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคม เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การกระจายรายได้และทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียม อัตราค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพทำให้คนยากจนมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนไร้บ้านได้ง่าย การว่างงานและการขาดโอกาสในการทำงาน การขาดทุนทางเศรษฐกิจทำให้ขาดโอกาสในการยกระดับฐานะของตนเอง
4. ปัญหาด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย เช่น ตความรุนแรงและการคุกคาม ถูกทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดทางเพศ ถูกขโมยทรัพย์สิน หรือถูกคุกคามจากบุคคลอื่นในสังคม เนื่องจากพวกเขาไม่มีที่พักพิงที่ปลอดภัย การเข้าไม่ถึงสุขอนามัยและบริการสุขภาพ การใช้ชีวิตในที่สาธารณะทำให้คนไร้บ้านไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ห้องน้ำ หรือบริการสุขอนามัยที่เพียงพอ และมักจะเข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์ ทำให้มีปัญหาสุขภาพและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
5. ความล้มเหลวของระบบและกลไกการคุ้มครอง การขาดกลไกการคุ้มครองที่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิของคนไร้บ้าน และยังขาดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม ขาดความรู้ความเข้าใจทางกฎหมาย และไม่มีทรัพยากรในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ทำให้ไม่ได้รับการเยียวยาหรือคุ้มครองอย่างเหมาะสม
6ปานกลาง2น้อยสพส.
24S16. การละเมิดสิทธิมนุษยชน16.3.1 การละเมิดสิทธิเด็ก ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก 4 ประการ
1. ปัจจัยภายในครอบครัว เช่น ความยากจน ขาดทักษะการเลี้ยงดู ความเครียด การใช้ยา/สารเสพติด อบายมุข การหย่าร้าง 2. ปัจจัยด้านสังคม และสภาพแวดล้อม เช่น ค่านิยมในเชิงอำนาจ เน้นการลงโทษในเชิงการกระทำ คำพูด ที่ส่งผลต่อความบาดเจ็บทางร่างกาย และจิตใจ การมองว่าการใช้ความรุนแรงในบ้านเป็นเรื่องส่วนตัว คนภายนอกมักไม่กล้าเข้าแทรกแซง ส่งผลให้โครงสร้างชุมชน/สังคม ขาดความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน รายงานเหตุ รวมถึงการส่งเสริมสิทธิของเด็ก ความเหลื่อมล้ำทางสังคมทำให้เกิดเด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กไร้สัญชาติที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ เด็กในชุมชนแออัด การเข้าไม่ถึงการคุ้มครองตามกฎหมายและสวัสดิการรัฐ ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงาน/การค้ามนุษย์ ตลอดจนภัยคุกคามออนไลน์และการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbully) ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิรูปแบบใหม่ 3. ปัจจัยด้านตัวเด็ก ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจหรือพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงการขาดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และการปกป้องสิทธิของตนเอง 4. ปัจจัยด้านระบบการคุ้มครอง แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองเด็ก แต่ยังมีการปฏิบัติตามกฎหมายไม่เคร่งครัด ตลอดจนกระบวนการแจ้งเหตุหรือการเข้าถึงเจ้าหน้าที่ยังทำได้ยาก เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในบางพื้นที่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการจัดการปัญหาอย่างละเอียดอ่อน และเชื่อมโยงความร่วมมือกัน รวมถึงการขาดระบบรองรับเด็กที่จะต้องได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอ รวดเร็ว 5. การโยกย้ายของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินงาน และทำให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็กไม่เพียงพอ (ข้อ 1-5 สพส เพิ่มข้อความ) 6. เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา คือ เด็กที่ไม่ได้รับการศึกษาตั้งต้นหรือเด็กที่เข้าเรียนแล้วหลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยปัจจัยภายในตัวเด็กเองหรือปัจจัยภายนอก ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาได้ตามศักยภาพ (สนศ.)

25

15
1. จำนวนเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น
2. เด็กที่ได้รับผลกระทบต่อการละเมิดสิทธิทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ไม่ได้รับการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
3. สูญเสียงบประมาณและบุคลากรในการแก้ไขปัญหาเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม ซึ่งมักต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาระยะยาว
(ข้อ 1-3 สพส เพิ่มข้อความ)
4. เด็กขาดโอกาสทางการศึกษาและไม่ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพตนเอง (สนศ.)
1.ทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาเมืองและประเทศมีคุณภาพลดลง (สพส เพิ่มข้อความ)
2. ปัญหาด้านสังคม เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น
25สูงมาก15สูงมากสพส.