Showing 1-38 of 38 items.
#แบ่งกลุ่ม ESGประเภท ความเสี่ยงNo.ความเสี่ยง (Risk)ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor)ความเสี่ยงที่มีความเสี่ยงที่คงเหลือผลกระทบภายใน (Internal Impact)ผลกระทบภายนอก (External Impact)โอกาสที่เกิด x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่มี (*คำนวณ)โอกาสที่เหลือ x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่เหลือ (*คำนวณ)หน่วยงานจัดการความเสี่ยง (Risk Owner)
 
1G17. ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Risk)17.1.1การแปลงแผนสู่การปฏิบัติยังไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
1. โครงการและกิจกรรม ซึ่งสนับสนุนการบรรุลเป้าหมายของยุทธศาสตร์ไม่ได้รับงบประมาณดำเนินการ 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในแต่ละยุทธศาสตร์ไม่ได้กำหนดโครงการ/กิจกรรมมารองรับและสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดของแต่ละยุทธศาสตร์ทำให้การกำหนดโครงการ/กิจกรรมมาบรรจุในแผนไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์

9

6
1. หน่วยงานไม่สามารถดำเนินการตามตัวชี้วัด/เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ทันตามกำหนด
2. โครงการ/กิจกรรมไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย เกิดความสิ้นเปลืองงบประมาณและทรัพยากร
1. ประชาชนไม่ได้รับการ
แก้ไขปัญหา และบริการ
ตามที่ต้องการ
9สูง6ปานกลางสยป.
2G17. ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Risk)17.1.2การประเมินผลการดำเนินการมีความล่าช้า
1. ขาดเครื่องมือที่สามารถใช้ในการประเมินผลที่สามารถแสดงผลได้แบบเรียลไทม์ได้อย่างแท้จริง 2. ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินผลกระจัดกระจายอยู่ที่หลายหน่วยงาน และไม่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน 3. เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติราชการในแต่ละประเด็นยังไม่ครอบคลุมเรื่องงาน เงิน คน อย่างครบถ้วน

9

6
1. ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจกำหนดหรือปรับเปลี่ยนนโยบายของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร
2. การประเมินผลขาดความน่าเชื่อถือเนื่องจากความแตกต่างกันของข้อมูล ทำให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างหน่วยตรวจกับหน่วยรับตรวจ
3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำผลการประเมินไปใช้ได้ตามกำหนดเวลา
1. ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจกำหนดหรือปรับเปลี่ยนนโยบายของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร
2. การประเมินผลขาดความน่าเชื่อถือเนื่องจากความแตกต่างกันของข้อมูล ทำให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างหน่วยตรวจกับหน่วยรับตรวจ
3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำผลการประเมินไปใช้ได้ตามกำหนดเวลา
9สูง6ปานกลางสยป.
3G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.1เกิดสาธารณภัยหรืออัคคีภัย
1) อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด 2) ไฟฟ้าลัดวงจร 3) กระแสไฟฟ้าเกิน 4) ไฟกระชากจากสายพ่วงที่ไม่ได้ มาตรฐาน ม.อ.ก. 5) แมลงหรือสัตว์กัดแทะ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ หรือ สายไฟฟ้า/ สายสัญญาณ 6) ต้นไม้ล้มทับทำให้ สายสื่อสารขาด เกิดไฟไหม้ สายสื่อสาร 7) ภัยธรรมชาติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว 8) วินาศภัย หรือการก่อการร้าย

15

6
1. เกิดความเสียหายของ
เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์
และข้อมูล
2. เสียงบประมาณในการ
ซ่อมแซมหรือจัดหาทดแทน
3. ไม่สามารถให้บริการระบบ
ได้อย่างต่อเนื่อง
๑. เกิดความเสียหายของ
เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์
และข้อมูล
๒. สูญเสียงบประมาณในการ
ซ่อมแซมหรือจัดหาทดแทน
๓. ไม่สามารถให้บริการระบบ
ได้อย่างต่อเนื่อง
1. ประชาชนไม่ได้รับการริการ
และการบรรเทาสาธารณภัย
อย่างทันท่วงที
15สูงมาก6ปานกลางสปภ.
4G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.10ภัยคุกคามทางไซเบอร์
1. ปัจจัยด้านเทคนิค : ระบบเทคโนโลยีที่ล้าสมัยเป็นช่องโหว่สำคัญ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัปเดต อายุของอุปกรณ์เครือข่ายเกิน 5 ปี 2. ปัจจัยด้านมนุษย์ : พฤติกรรมของผู้ใช้ 3. ปัจจัยด้านการจัดการ : ปฏิบัติตามมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework ที่ประกอบด้วย 5 ฟังก์ชันหลัก: ระบุ ปกป้อง ตรวจจับ ตอบสนอง และกู้คืน ไม่ครอบคลุม 4. ปัจจัยภายนอก : การโจมตีแบบ Supply Chain, ransomware , การคาดการณ์พายุสุริยะ เป็นต้น

20

6
1. การหยุดชะงักของระบบหลัก
2. การรั่วไหลของข้อมูล
1. ความเชื่อมั่นสาธารณะลดลง
2. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
3. ความเสี่ยงทางกฎหมาย: การละเมิด PDPA อาจทำให้ถูกปรับ
20สูงมาก6ปานกลางสดท.
5G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.2ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลขัดข้อง
1. ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน : การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์เครือข่ายตามอายุการใช้งาน และการขาดการอัปเกรดระบบอย่างสม่ำเสมอ 2. ปัจจัยด้านบุคลากร : ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (อัตราส่วนผู้ดูแลระบบต่อจำนวนอุปกรณ์มาตรฐานสากลที่ 1:100) และการฝึกอบรมที่ไม่ต่อเนื่อง 3. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม : การโจมตีทางไซเบอร์ และความไม่เสถียรของไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ 4. ปัจจัยด้านการจัดการ : ขาดแผนรองรับความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) ที่ครอบคลุม ไม่มีขั้นตอนกู้คืนระบบที่ชัดเจน, การกระจายความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม

20

6
1. การหยุดชะงักของบริการหลัก
2. ความเสียหายของข้อมูล
3. ต้นทุนการกู้ระบบ (ด้านเวลาและงบประมาณ)
1. บริการสาธารณะล่ม
2. ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลง
3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
20สูงมาก6ปานกลางสดท.
6G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.3สายสัญญาณต่าง ๆ เช่น Fiber Optic ฯลฯ ชำรุดเสียหาย
1) สายสื่อสารเสียหาย เกิดจากอุบัติเหตุ หรือการก่อสร้าง หรือการติดตั้ง 2) การเสื่อมสภาพคุณภาพของสายสัญญาณไม่ได้ มาตรฐานหรือเสื่อม 3) มีการตัดต่อสายมากเกินทำให้เกิดค่าความสูญเสียสัญญาณ (LOSS/Attenustion) สงผลต่อคุณภาพของสัญญาณ 4) เกิดจากเหตุทางธรรมชาติ เช่น กระรอก หนู กัดสายสื่อสาร หรือต้นไม้ล้มทับทำให้สายสื่อสารขาด 5) เกิดไฟไหม้สายสื่อสาร

6

2
1. ไม่สามารถใช้งานระบบเครือข่าย ส่งผลให้การปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนไม่ต่อเนื่อง
2. เมื่อโครงข่ายเครือข่าย Fiber Optic เกิดความเสียหาย/ขัดข้องขึ้นต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขหน้างาน ส่งผลกระทบต่อระบบที่ใช้ในการส่งข้อมูล
(not set)6ปานกลาง2น้อยสจส., สดท.
7G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.4ระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร
1) ระบบไฟฟ้า 2) อุณหภูมิและความชื้น ไม่เหมาะสม 3) ระบบบริหารจัดการเครื่อง แม่ข่ายขัดข้อง 4) การเชื่อมต่อกับระบบ เครือข่ายหลักขัดข้อง

9

2
1. ข้อมูลเสียหาย
2. ระบบปฏิบัติการโปรแกรม
หรือฐานข้อมูลเสียหาย
ต้องมีการติดตั้งใหม่
3. เสียงบประมาณในการ-
ซ่อมแซมหรือจัดหาทดแทน
(not set)9สูง2น้อยสดท.
8G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.5การละเมิดข้อมูลและการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
1. ปัจจัยด้านเทคนิค - ระบบเทคโนโลยีล้าสมัยเป็นช่องโหว่สำคัญ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัปเดต - อุปกรณ์เครือข่ายอายุเกิน 5 ปี เสี่ยงต่อการโจมตีแบบ DDoS - การใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางเพียงแห่งเดียวเพิ่มความเสี่ยงการล่มทั้งระบบ 2. ปัจจัยด้านมนุษย์ - การตระหนักรู้ด้านดิจิทัล พฤติกรรมการใช้งานระบบดิจิทัล และการโต้ตอบ (Response) เมื่อเกิดปัญหาจากผู้ใช้เบื้องต้น 3. ปัจจัยด้านการจัดการ - ขาดกรอบการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ - ขาดการประเมินผลกระทบด้านข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA) ทำให้ไม่สามารถระบุความเสี่ยงล่วงหน้า - มาตรฐาน/มาตรการการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน กทม. และ ระหว่าง กทม. กับหน่วยงานภายนอก 4. บังคับใช้นโยบายการจำแนกชั้นความลับของข้อมูล (Data Classification) ของหน่วยงาน

20

6
1. ผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้ และความเข้าใจด้านการจัดการข้อมูล1. การแอบอ้างตัวตน
2. โทษทางกฎหมาย
20สูงมาก6ปานกลางสดท.
9G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.6การถูก Black List โดยอุปกรณ์ป้องกันการบุกรุกเครือข่าย (Firewall) จากหน่วยงาน ต่าง ๆ


2

1
ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลขัดข้อง(not set)2น้อย1น้อยสดท.
10G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.7การหยุดชะงักของบริการสำคัญ
1. ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี - ระบบเทคโนโลยีล้าสมัย - การพึ่งพาศูนย์ข้อมูลแห่งเดียว - ความไม่เสถียรของระบบไฟฟ้า 2. ปัจจัยด้านการจัดการและบุคลากร - การขาดแผน BCP ที่ครอบคลุม - การฝึกอบรมไม่ต่อเนื่อง 3. ปัจจัยภายนอก : ภัยธรรมชาติ การโจมตีไซเบอร์

20

2
1. การสูญเสียรายได้
2. ต้นทุนกู้ระบบ
1. บริการสาธารณะล่ม
2. ความเชื่อมั่นสาธารณะลดลง
20สูงมาก2น้อยสดท.
11G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.8การขาดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. ปัจจัยด้านนโยบายและการกำกับดูแล - ไม่มีกรอบนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรทำให้หน่วยงานต่างปฏิบัติงานแบบแยกส่วน ขาดเอกภาพในการจัดการระบบสารสนเทศ - แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยสารสนเทศ 2. ปัจจัยด้านบุคลากรและการปฏิบัติงาน - ขาดการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ - แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยสารสนเทศ - Digital literacy 3. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี : ระบบ Legacy System เกิน 5 ปีไม่รองรับการอัปเดตความปลอดภัยตามมาตรฐานปัจจุบัน

12

2
1. ความไร้ประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติการ: การไม่มีมาตรฐานกลางทำให้ระบบต่างเชื่อมต่อกันไม่ได้ สูญเสียเวลาในการทำงานเฉลี่ย
2. ความเสี่ยงทางกฎหมาย
3. ต้นทุนการจัดการสูงขึ้น
1. การสูญเสียความเชื่อมั่น
2. ความล่าช้าในการให้บริการ
3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
4. ประชาชนไม่ได้รับบริการที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง
12สูงมาก2น้อยสดท.
12G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.1.9บุคลากรขาดทักษะและการตระหนักรู้ด้านเทคโนโลยี
1. การขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ 2. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว 3. ระบบฝึกอบรมไม่เพียงพอและไม่ต่อเนื่อง (การฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นรูปแบบ passive learning ที่ไม่สอดคล้องกับภัยคุกคามสมัยใหม่) 4. วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เน้นความปลอดภัย (การละเมิดข้อมูลเกิดจาก human error)

6

2
1. การหยุดชะงักของบริการสำคัญ
2. ต้นทุนการกู้ระบบที่สูงขึ้น
1. การสูญเสียความเชื่อมั่นของประชาชน
2. ความเสี่ยงทางกฎหมาย
6ปานกลาง2น้อยสดท.
13G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.1แผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ไม่ตอบสนองต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป
1) การเปลี่ยนแปลงด้านการ- บริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กร หรือภารกิจใหม่ที่ได้รับมอบหมาย เพิ่มขึ้น อาจทำให้แผนยุทธศาสตร์- การบริหารทรัพยากรบุคคลของ กรุงเทพมหานครไม่ทันสมัย ล่าช้า และไม่ตรงกับบริบทในอนาคต 2) กำหนดตัวชี้วัดในแผนฯ จำนวนมาก หลากหลาย และ ยากต่อการนำไปปฏิบัติ

2

1
1. การดำเนินงานตามแผน-
ยุทธศาสตร์บริหารทรัพยากร-
บุคคลฯ อาจไม่มีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล รวมทั้ง
ไม่สามารถตอบสนอง ต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป
(not set)2น้อย1น้อยสกก.
14G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.10เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้ความเข้าใจระเบียบ กฎหมาย ในการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์
1. เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ขาดทักษะในการสื่อสารข้อมูล 2. ขาดบุคลากรเฉพาะด้านในการจัดการปัญหาเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์

9

2
- การแก้ไขเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ไม่มีประสิทธิภาพประชาชนได้รับการแก้ไขไม่ตรงจุด และเกิดเรื่องร้องเรียนซ้ำ9สูง2น้อยสผว.
15G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.11ข้อมูลจากผู้ร้องเรียน/ร้องทุกข์ไม่ครบถ้วน
1. ผู้ร้องเรียนไม่ระบุรายละเอียดครบถ้วน 2. ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ หลายช่องทาง

12

4
- ต้องใช้ระยะเวลาในการสอบถามรายละเอียดเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมการดำเนินการแก้ไขเรื่องร้องเรียนไม่ตรงประเด็นกับเรื่องที่ร้อง12สูงมาก4ปานกลางสผว.
16G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.12ไม่มีการประเมินผลและถอดบทเรียน เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์
1. ไม่มีระบบติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหา 2. เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ไม่มีการถอดบทเรียน ทำให้มีการร้องเรียนซ้ำ

12

2
- ทำให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำ ในการแก้ไขปัญหาประชาชนอาจมองว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา12สูงมาก2น้อยสผว.
17G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.13ผู้ตรวจสอบภายในอาจจะพบประเด็นข้อตรวจพบที่ซ้ำเดิมจากการตรวจสอบบัญชีและการเงิน
ผู้ปฏิบัติงานอาจจะไม่เข้าใจหลักการและแนวทางการปฏิบัติงานด้านบัญชีและการเงินที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบันทึกบัญชีและการควบคุมใบเสร็จรับเงิน

20

6
- การปฏิบัติงานผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น รายงานทางการเงินไม่ถูกต้อง เงินขาดบัญชี เกิดกรณีทุจริต ฯลฯประชาชนอาจไม่เชื่อมั่นในผลการดำเนินงานด้านบัญชีและการเงินของกรุงเทพมหานคร20สูงมาก6ปานกลางสตน.
18G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.14ผู้ตรวจสอบภายในอาจจะพบประเด็็นข้อตรวจพบที่ซ้ำเดิมจากการตรวจสอบการดำเนินงานหรือโครงการ
ผู้ปฏิบัติงานอาจจะไม่เข้าใจหลักการและแนวทางการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารโครงการ ฯลฯ

20

15
- การปฏิบัติงานผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น งานไม่มีคุณภาพ ประชาชนอาจจะใช้งานและเกิดเหตุประชาชนอาจจะได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร เช่น เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น และอาจถูกตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก20สูงมาก15สูงมากสตน.
19G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.2กฎหมาย ระเบียบหลักเกณฑ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล มีจำนวนมาก และไม่เป็นปัจจุบัน
1) การดำเนินงานด้าน การบริหารทรัพยากรบุคคลจำเป็นต้องมีกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์รองรับ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการปฏิบัติงาน 2) การบริหารทรัพยากรบุคคลมีรายละเอียดมากและซับซ้อน

6

2
1. ระเบียบ หลักเกณฑ์ในการทำงานมีจำนวนมาก
2. การจัดทำ/แก้ไข ระเบียบ หลักเกณฑ์ ใช้เวลานาน
1. ผู้รับบริการ/ผู้เกี่ยวข้อง
ไม่เข้าใจกฎหมาย
2. การจัดทำ/แก้ไขกฎหมาย
ใช้เวลานาน
3. การตีความตัวบทกฎหมายของเจ้าหน้าที่แตกต่างกัน
ทำให้ไม่เกิดมาตรฐานในการให้บริการ
6ปานกลาง2น้อยสกก.
20G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.3การพิจารณาคัดเลือกและประเมินบุคคลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
1) ผู้ปฏิบัติงานด้านการเจ้าหน้าที่ ของหน่วยงานไม่เข้าใจและหรือไม่เร่งรัดการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการดำเนินงานเกี่ยวกับการประเมิน บุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง 2) ผู้ขอรับการประเมินขาดความรู้ ความเข้าใจในหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ฯลฯ และใช้ระยะเวลาในการแก้ไขผลงานนาน 3)คณะกรรมการประเมินบุคคลมีภารกิจมากทำให้จัดประชุมได้ล่าช้า

6

2
1.การดำเนินการแต่งตั้งผู้ขอรับการประเมิน (Effective Date)ล่าช้า
2. ผู้รับการประเมินเสียสิทธิบางประการที่หน่วยงานไม่สามารถย้อนหลังให้ได้ เช่น
เงินรางวัลประจำปี คุณสมบัติการเข้ารับการอบรมบางหลักสูตร ฯลฯ
(not set)6ปานกลาง2น้อยสกก.
21G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.4บุคลากรของกรุงเทพมหานครกระทำผิดวินัย
1) เจ้าหน้าที่ไม่ทราบระเบียบ/ กฎหมายที่ใช้เป็นแนวทางในการ ปฏิบัติงานที่ถูกต้อง 2) การบริหารจัดการไม่เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล 3) บุคลากรขาดคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกที่ดี 4) ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม

9

6
1. ราชการได้รับความเสียหาย
จากการกระทำผิดวินัยของ
บุคลากร
2. ภาพลักษณ์ขององค์กร
ขาดความน่าเชื่อถือ
(not set)9สูง6ปานกลางสกก., สกจ.
22G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.5ข้าราชการและบุคลากรของกรุงเทพมหานครไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการเกื้อกูลต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร
1) สิทธิประโยชน์และสวัสดิการเกื้อกูลต่าง ๆ มีข้อกำหนด หลักเกณฑ์ และรายละเอียดที่ใช้ ดำเนินการจำนวนมาก

6

2
1. ข้าราชการและบุคลากรของ
กรุงเทพมหานครอาจไม่ได้รับ
สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ
เกื้อกูลต่าง ๆ ตามที่กำหนด
2. มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ
สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ
เกื้อกูลต่าง ๆ
(not set)6ปานกลาง2น้อยสกจ.
23G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.6ความไม่คุ้มค่าในการใช้งบประมาณ เพื่อการพัฒนาข้าราชการกทม.และบุคลากรของกรุงเทพมหานคร
1) การจัดทำโครงการเพื่อพัฒนา ข้าราชการฯ ของหน่วยงานยังไม่ คำนึงถึงความจำเป็นในการพัฒนา ที่ขับเคลื่อนนโยบาย แผนพัฒนา และภารกิจหลักของหน่วยงานได้ 2) มีการพัฒนาข้าราชการที่ซ้ำซ้อน ระหว่างหน่วยงานและกลุ่มเป้าหมาย 3) การจัดสรรงบประมาณเพื่อ การพัฒนาข้าราชการฯ ยังขาด การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง 4) หน่วยงานขาดการส่งเสริมการพัฒนารายบุคคล

9

2
1.การพัฒนาข้าราชการฯ อาจ
ได้ผลไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ
2. การพัฒนาข้าราชการฯ
ไม่ตอบสนองยุทธศาสตร์
การพัฒนากรุงเทพมหานคร
และลักษณะงานที่ปฏิบัติ
อย่างแท้จริง
3. การพัฒนาข้าราชการฯ
ไม่สัมฤทธิ์ผลอย่างแท้จริง
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนา
กรุงเทพมหานคร
(not set)9สูง2น้อยสกก.
24G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.7ปัญหาคุณภาพชีวิตของข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยงาน
1) ปริมาณงานที่สะสมเป็นจำนวนมาก 2) การขาดอัตรากำลัง ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานหนักเกินเวลาการปฏิบัติงานเป็นประจำ 3) คุณภาพชีวิตการทำงานลดลงส่งผลต่อประสิทธิภาพในงาน 3.1 บุคลากรมีความเครียดสูงจากปริมาณงาน งานเร่งงานด่วน 3.2 บุคลากรมีปัญหาการเงิน มีหนี้สิน และมีรายได้ทางเดียวไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 3.3 บุคลากรขาดความสมดุลชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน 4.ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลกรณีเหตุการณ์หรือกรณีบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน

5

4
1. ความเครียดสะสม เกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burn Out) ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานลดลง
2. ปัญหาทางการเงิน ขาดสมาธิในการปฏิบัติงาน อาจจะนำไปสู่ปัญหาการทุจริต
3. สมดุลชีวิตการทำงาน การปฏิบัติงานเกินเวลาส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ลดลงนำไปสู่ความขัดแย้งภายในครอบครัว และส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการทำงาน
(not set)5ปานกลาง4ปานกลางสกก.
25G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.8ไม่สามารถสรรหาคนได้เพียงพอกับอัตราว่าง
1. ผู้จบการศึกษา/ผู้สมัครระดับ ปวช./ปวส. หรือปริญญาตรีบางสาขามีน้อย ทำให้สรรหาคนในบางตำแหน่งได้น้อยกว่าอัตราว่าง 2. การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการใช้ระยะเวลานาน และต้องดำเนินการหลังจากมีอัตราว่าง ทำให้ไม่สามารถทดแทนอัตราว่างได้ทันท่วงที 3.บุคลากร กทม. โดยเฉพาะข้าราชการมีแนวโน้มในการลาออกเพิ่มขึ้น

15

9
1. เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอปฏิบัติงาน
2. งานเกิดความล่าช้า
1. ภาพลักษณ์ในการให้บริการในโรงพยาบาลต่ำ
2.การให้บริการล่าช้าต่อผู้รับบริการ
(สนพ.)
15สูงมาก9สูงสกก., สกจ., สนอ., สนพ., สวท., สสล., สวพ.
26G18. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)18.2.9ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์
ปวส. หรือปริญญาตรีบางสาขามีน้อย ทำให้สรรหาคนในบางตำแหน่งได้น้อยกว่าอัตราว่าง 2. การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการใช้ระยะเวลานาน และต้องดำเนินการหลังจากมีอัตราว่าง ทำให้ไม่สามารถทดแทนอัตราว่างได้ทันท่วงที 3. การรักษาคนไว้ในองค์กร โดยปลูกฝังค่านิยม VR BMA ซึ่งประกอบด้วย Virtue (ซื้อสัตย์ สุจริต โปร่งใส) Responslveness (ทำงานเชิงรุก ใช้ข้อมูล) Being Empathic (ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง) Modernization (ปรับตัว เรียนรู้ สร้างสรรค์) Alliance (สร้างความร่วมมือ)

9

2
1. การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ไม่แล้วเสร็จทันเวลา
2. จำนวนเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาจำนวนมาก
1. ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหา
2. มีปัญหารอการแก้ไขจำนวนมาก
9สูง2น้อยสผว.
27G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.1.1ด้านรายได้ การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ ที่ตั้งไว้และไม่เพียงพอต่องบประมาณรายจ่าย
เมื่อพิจารณาทั้งรายได้จากภาษีและไม่ใช่ภาษีที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บเองและรายได้จากภาษีที่ส่วนราชการอื่น จัดเก็บให้ พบว่า มีสาเหตุ ดังนี้ ๑) ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและ ๒) การกำหนดนโยบาย มาตรการทางการเงินการคลังของรัฐบาล

15

12
1. การดำเนินกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจ การจัดเก็บรายได้
ของภาครัฐลดลง ส่งผลกระทบ
ให้กรุงเทพมหานครจัดเก็บและ
ได้รับการจัดสรรรายได้ลดลง
ตามไปด้วย
2. หน่วยงานไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ประชาชนไม่ได้รับการบริการตามที่คาดหวัง15สูงมาก12สูงมากสนค.
28G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.1.2การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้และไม่เพียงพอต่องบประมาณรายจ่าย
1)ข้อจำกัดทางกฎหมายในการจัดหารายได้เพิ่มเติม อัตราภาษี อัตราค่าบริการต่างๆ ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

20

16
- 1. ทำให้รายได้จากที่ กทม. จัดเก็บเองในแต่ละปีมีจำนวนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงหรือเพิ่มไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความอ่อนแอทางการคลังของกรุงเทพมหานครกฎหมายที่กระทบต่อประชาชนไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ20สูงมาก16สูงมากสนค.
29G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.2.1ด้านรายจ่าย ด้านรายจ่ายการเบิกจ่ายของหน่วยงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
1. การจัดเก็บรายได้ในภาพรวมของ กรุงเทพมหานครมีแนวโน้มลดลงไม่สมดุลกับงบประมาณที่ตั้งไว้ 2.หน่วยงานไม่สามารถดำเนินการได้ ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการ ใช้จ่ายเงินที่กำหนดไว้ 3.หน่วยงานภาครัฐมอบนโยบายและ หรือถ่ายโอนภารกิจให้กทม. ดำเนินการแต่ขาดการสนับสนุน งบประมาณ

12

6
1. ส่งผลกระทบต่อการบริหารงบประมาณทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร
2. โครงการล่าช้าทำให้งบประมาณพับตกไป เป็นภาระผูกพันการบริหารงบประมาณในปีต่อไป ทำให้เสียโอกาสในการนำงบประมาณไปใช้โครงการที่จำเป็นอื่น
3. ภาระงบประมาณของกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ต้องดำเนินการโดยใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร ส่งผลต่อการบริหารงบประมาณในภาพรวม
1. การให้บริการสาธารณะและโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ลดลงหรือไม่ต่อเนื่อง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและความเชื่อมั่นต่อกรุงเทพมหานคร
2. ประชาชนไม่ได้รับบริการตามระยะเวลาที่กำหนด โครงการสำคัญล่าช้ากระทบต่อภาคธุรกิจและโอกาสในการพัฒนาเมือง
3. กระทบต่อคุณภาพการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน
12สูงมาก6ปานกลางสงม.
30G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.3.1ด้านการก่อหนี้และบริหารหนี้ กรุงเทพมหานครอาจจะไม่มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการก่อหนี้เงินกู้สำหรับโครงการขนาดใหญ่การบริหารหนี้เงินกู้ไม่มีประสิทธิผล
1.ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร/หน่วยงาน อาจจะไม่ทราบสถานะทางการคลัง อย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้กำหนดแนวทาง ที่ชัดเจนและก่อหนี้เงินกู้เกินความสามารถ ด้านการคลังของและหรืออาจจะไม่สามารถ ชำระหนี้เงินกู้ตามที่กำหนดในสัญญา 2.การบริหารการกู้เงินมีการกำหนด หลักเกณฑ์ไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้

8

6
1. กรุงเทพมหานครไม่สามารถวางแผนการบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. กรุงเทพมหานครไม่สามารถลงทุนโครงการพื้นฐานสาธารณะเพิ่มขึ้นได้
3. กรุงเทพมหานครขาดสภาพคล่องจากภาระหนี้สิน
1. ภาพลักษณ์ขององค์กรขาดความน่าเชื่อถือ
2. ประชาชนไม่ได้รับบริการสาธารณะที่เหมาะสมจากกรุงเทพมหานคร
8สูง6ปานกลางสนค.
31G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.4.1บริหารสภาพคล่องทางการเงินของกรุงเทพมหานครให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยการดำเนินงานของหน่วยงานเป็นไปอย่างราบรื่น มีสภาพคล่องทางการเงิน
1. การจัดเก็บรายได้ในภาพรวมของกรุงเทพมหานครต่ำกว่าประมาณการรายรับที่ตั้งไว้ 2. นโยบายการเงินการคลังของภาครัฐ 3. การชดใช้ภาระหนี้ตามคำพิพากษาจากการฟ้องร้อง 4. การนำกระแสเงินสดไปหารายได้จากการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ช่วงระยะเวลายาว 5. การได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐไม่เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงิน (ระยะเวลา,จำนวนเงิน) 6. นโยบายผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

25

12
1. หน่วยงานไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามเป้าหมาย
2. ภาพลักษณ์ของหน่วยงานและกรุงเทพมหานครเสียหาย
2. กรุงเทพมหานครต้องหาแหล่งเงินสำรองเพื่อเบิกจ่าย
3. ต้องถอนเงินฝากธนาคารก่อนครบกำหนด ทำให้สูญเสียรายได้จากดอกผลที่นำฝากธนาคาร
4. ภาครัฐมอบนโยบายหรือถ่ายโอนภารกิจให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการแต่ขาดการสนับสนุนงบประมาณ
5. กรุงเทพมหานครต้องสำรองเงินไว้เพื่อเบิกจ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐตามแผน
1. เจ้าหนี้และผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเงินล่าช้า
2. ประชาชนไม่ได้รับการบริการตามที่คาดหวัง
3. ภาพลักษณ์ของหน่วยงานและกรุงเทพมหานครเสียหาย
4. กระแสเงินที่นำไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช้าลงส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม
25สูงมาก12สูงมากสนค.
32G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.5.1การทุจริต การจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และเข้าข่ายการทุจริต
1) ขาดการควบคุมและติดตาม การปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้บังคับบัญชามีภารกิจ ที่ต้องดำเนินการจำนวนมาก 2. การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่มี เงื่อนไขจำนวนมาก ข้าราชการจึง ใช้เป็นข้อต่อรองในการเรียกรับ ผลประโยชน์จากผู้ค้าหรือผู้รับจ้าง 3. ข้าราชการและผู้รับจ้างมีความ สนิทสนม รู้จักกันมานาน และ มีผลประโยชน์ร่วมกัน 4. ขาดการหมุนเวียนงานของ ข้าราชการที่ทำหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง 5. กระแสวัตถุนิยมในสังคม 6. ข้าราชการไม่มีความรู้ความ- เข้าใจในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 7. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ ในการละเมิดการควบคุม 8. ผู้บังคับบัญชาร่วมมือกับข้าราชการ เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกันและ มีผลต่อความก้าวหน้าในตำแหน่ง 9. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจบังคับ หรือชี้นำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ดำเนินการที่เข้าข่ายการทุจริต 10. องค์กรให้ค่าตอบแทนในอัตรา ที่ไม่เพียงพอกับการครองชีพ 11. ข้าราชการผู้รับผิดชอบมีปัญหา ส่วนตัวทางด้านการเงิน เช่น ติดการพนัน มีหนี้นอกระบบ ฯลฯ 12. ข้าราชการเห็นเป็นเรื่องปกติ เคยชิน และทำตามคนอื่นที่ปฏิบัติมา 13. ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นข้าราชการ ที่ทำทุจริตได้รับโทษอย่างจริงจัง

12

6
1. งานที่เกิดปัญหาอาจได้รับ
ความเสียหาย ไม่มีคุณภาพ
ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
เท่าที่ควร
2. ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย
3. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่
ไม่ดี หากไม่มีการลงโทษอย่าง
จริงจัง (พฤติกรรมเลียนแบบ)
4. สิ้นเปลืองงบประมาณ
เพราะได้ผลสำเร็จไม่เต็มที่
5. ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า
1. ประชาชนได้รับบริการที่
ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรจะเป็น
2. การแข่งขันทางด้านราคา
ไม่สมบูรณ์หรือไม่ยุติธรรม
ทำให้องค์กรเสียประโยชน์
12สูงมาก6ปานกลางสนค., สกก.
33G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.5.2การทุจริต การเรียกรับผลประโยชน์ เช่น การอนุมัติ อนุญาต การออกเอกสารต่าง ๆ ของทางราชการ ฯลฯ
1) ขาดการควบคุมและติดตาม การปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้บังคับบัญชามีภารกิจ ที่ต้องดำเนินการจำนวนมาก 2. การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่มี เงื่อนไขจำนวนมาก ข้าราชการจึง ใช้เป็นข้อต่อรองในการเรียกรับ ผลประโยชน์จากผู้ค้าหรือผู้รับจ้าง 3. ข้าราชการและผู้รับจ้างมีความ สนิทสนม รู้จักกันมานาน และ มีผลประโยชน์ร่วมกัน 4. ขาดการหมุนเวียนงานของ ข้าราชการที่ทำหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง 5. กระแสวัตถุนิยมในสังคม 6. ข้าราชการไม่มีความรู้ความ- เข้าใจในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 7. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ ในการละเมิดการควบคุม 8. ผู้บังคับบัญชาร่วมมือกับข้าราชการ เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกันและ มีผลต่อความก้าวหน้าในตำแหน่ง 9. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจบังคับ หรือชี้นำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ดำเนินการที่เข้าข่ายการทุจริต 10. องค์กรให้ค่าตอบแทนในอัตรา ที่ไม่เพียงพอกับการครองชีพ 11. ข้าราชการผู้รับผิดชอบมีปัญหา ส่วนตัวทางด้านการเงิน เช่น ติดการพนัน มีหนี้นอกระบบ ฯลฯ 12. ข้าราชการเห็นเป็นเรื่องปกติ เคยชิน และทำตามคนอื่นที่ปฏิบัติมา 13. ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นข้าราชการ ที่ทำทุจริตได้รับโทษอย่างจริงจัง

12

6
1. ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย
2. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่
ไม่ดี หากไม่มีการลงโทษอย่าง
จริงจัง (พฤติกรรมเลียนแบบ)
3. องค์กรสูญเสียเงินหรือ
รายได้บางส่วน
4. งานได้รับความเสียหาย ไม่มี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
1. ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่าย
ในการรรับบริการโดยไม่จำเป็น
2. ประชาชนได้รับการเหลื่อมล้ำ
ในการขอรับบริการ
12สูงมาก6ปานกลางสนค., สกก.
34G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.5.3การทุจริต การยักยอกเงิน เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมเก็บขนมูลฝอย ภาษีประเภทต่าง ๆ การใช้ใบเสร็จปลอม การฝากเงินเข้าบัญชีส่วนตัวระหว่างรอจ่ายผู้มีสิทธิ ฯลฯ
1. รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายประจำ จึงเป็นแรงกดดันให้ทำการทุจริต (เงินเดือนและผลตอบแทนน้อยกว่าค่าครองชีพ) 2. ขาดการควบคุมและติดตามงานจากผู้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไว้วางใจและติดภารกิจอื่น 3. ไม่มีมาตรการควบคุมการดำเนินการที่รัดกุม เปิดโอกาสให้ข้าราชการทำทุจริตได้ เช่น ไม่ควบคุมการเบิกและรักษาใบเสร็จ 4. ขาดการหมุนเวียนงานของข้าราชการที่รับผิดชอบงานดังกล่าว 5. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ในการละเมิดการควบคุม 6. ผู้บังคับบัญชาร่วมมือกับข้าราชการที่รับผิดชอบงานดังกล่าวเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน และมีผลต่อความก้าวหน้าในตำแหน่ง 7. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจบังคับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการที่เข้าข่ายการทุจริต 8. กระแสวัตถุนิยม 9. ข้าราชการผู้รับผิดชอบมีปัญหาส่วนตัวทางด้านการเงิน เช่น ติดการพนัน มีหนี้สิน ฯลฯ 10. ข้าราชการเห็นเป็นเรื่องปกติเคยชิน และปฏิบัติตามกันมา 11. เจ้าหน้าที่ร่วมมือกันจัดทำเอกสารปลอม โดยไม่มีการดำเนินการใด ๆ เกิดขึ้นจริง มาขอเบิกเงินกับหน่วยงาน 12. เจ้าหน้าที่ดำเนินโครงการอบรมร่วมมือกับผู้รับจ้่างให้ออกใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรียกเก็บเงินตามระเบียบ แต่เงินที่ทดรองจ่ายไปจริงน้อยกว่า 13. เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 14. อยากให้มีการปฏิบัติงานมีความคล่องตัวแต่ไม่มีระเบียบรองรับ

8

4
1. รายได้ของกรุงเทพมหานครไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือตามประมาณการ
2. ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหาย ขาดความน่าเชื่อถือ
3. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดี หากไม่มีการลงโทษอย่างจริงจัง (พฤติกรรมเลียนแบบ)
4. ต้องสรรหาข้าราชการหรือบุคลากรใหม่ ต้องเสียงบประมาณในการสรรหาบุคลากรใหม่และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
5. สูญเสียงบประมาณในการนำมาพัฒนากรุงเทพมหานคร
6. งานขององค์กรได้รับความเสียหาย ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
7. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไม่มีความเข้าใจเรื่องการรายงานผลการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรัฐบาลและเงินงบประมาณเบิกแทนกัน
8. เกิดความกังวลขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ปรากฏชื่อในเอกสารการดำเนินการ เช่น เป็นผู้ให้เบิกใบเสร็จรับเงินผู้นำเงินรายได้ที่เก็บได้ในแต่ละวันเพื่อนำส่งคลัง
1. ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรรับบริการโดยไม่จำเป็น
2. ประชาชนได้รับการเหลื่อมล้ำในการขอรับบริการ
3. ประชาชนอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหากไม่ได้รับบริการตรวจสอบ หรือเก็บใบเสร็จรับเงินที่จ่ายไว้
4. ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการรับเงินของกรุงเทพมหานคร
8สูง4ปานกลางสนค., สกก.
35G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.5.4การทุจริต การใช้ทรัพย์สินของทางราชการ อย่างไม่เหมาะสม เช่น นำไปใช้ส่วนตัว สำรองห้องพักของโรงพยาบาลให้กับญาติและคนรู้จัก การใช้น้ำมัน/รถราชการ ฯลฯ
1. ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติ ควบคุม ครอบครอง และรักษา ทรัพย์สิน ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่าง เคร่งครัด 2. ความสนิทสนมส่วนบุคคล ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามระบบ- การควบคุมที่กำหนดไว้ 3. ความไว้วางใจ ขาดการติดตาม และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด 4. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ ในการละเมิดการควบคุม 5. ผู้บังคับบัญชาและข้าราชการ ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ งานด้านดังกล่าวร่วมมือกัน เพราะ มีผลประโยชน์ร่วมกัน และมีผลต่อ ความก้าวหน้าในตำแหน่ง 6. ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจบังคับ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำทุจริต 7. กระแสวัตถุนิยมในสังคม 8. ได้รับมอบหมายให้ดูแล รับผิดชอบสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งเป็นสิ่งล่อใจ 9. ข้าราชการผู้รับผิดชอบมีปัญหา ส่วนตัวทางด้านการเงิน เช่น ติด การพนัน มีภาระหนี้สิน ฯลฯ จึงไม่สามารถซื้อทรัพย์สินที่เป็นของ ตนเองได้ 10. ข้าราชการเห็นเป็นเรื่องปกติ เคยชิน และปฏิบัติตามกันมา 11. ไม่เคยเห็นข้าราชการที่ทำ ทุจริตได้รับการลงโทษอย่างจริงจัง

12

9
1. ทรัพย์สินของทางราชการ
ชำรุดและเสียหาย
2. สิ้นเปลืองงบประมาณ
3. สูญเสียโอกาสในการ-
ใช้งานทรัพย์สิน เพื่อให้เกิด
ประโยชน์กับราชการ
4. งานขององค์กรได้รับความ-
เสียหาย
5. งานไม่มีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล
6. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดี
หากไม่มีการลงโทษอย่างจริงจัง
(พฤติกรรมเลียนแบบ)
1. การสูญเสียโอกาสในการบริการประชาชน
เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐนำทรัพย์สินของทางราชการ
ไปใช้ในกิจการส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถนำทรัพย์สิน
นั้นไปใช้บริการประชาชนได้ เช่น รถกู้ชีพหรือ
รถหลวงที่ควรจะสแตนด์บายรับเหตุฉุกเฉิน
หากถูกนำไปใช้ในภารกิจส่วนตัว
อาจทำให้การเข้าถึงความช่วยเหลือ
ประชาชนล่าช้า ซึ่งหมายถึงชีวิตและทรัพย์สิน
ของชาวบ้าน
2. ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน
12สูงมาก9สูงสนค., สกก.
36G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.5.5การทุจริต หรือข้อผิดพลาดในการจ่ายเงินต่าง ๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความผู้พิการไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม, การจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, การเบิกจ่ายเงินเดือนครู, การเบิกจ่ายตรงสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล
1. ขาดการเชื่อมต่อระบบข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ฝ่ายทะเบียนกับฝ่ายพัฒนาชุมชนของสำนักงานเขต ฯลฯ และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 2. ข้าราชการผู้รับผิดชอบไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ละเลย ไม่รอบคอบ 3. ขาดการควบคุมและติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดจาก 4. หน่วยงานส่งข้อมูลการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ข้อมูลส่วนบุคคลตกหล่น 5. หน่วยงานไม่ปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวในระบบเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของกรุงเทพมหานครให้เป็นปัจจุบัน 6. การจัดทำคำสั่งเลื่อนเงินเดือน คลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นปัจจุบัน 7. การไม่ถือปฎิบัติตามแนวทางที่เกี่ยวข้อง

12

6
1. สูญเสียงบประมาณโดยไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง
2. ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหาย
3. 2. กรณีหน่วยงานส่งข้อมูลขอเบิกจ่ายเงินเกินสิทธิจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้มีสิทธิ
4. 3. กรณีหน่วยงานส่งข้อมูลผู้มีสิทธิตกหล่นหรือส่งข้อมูลขอเบิกจ่ายเงินไม่ครบถ้วน หน่วยงานจะต้องจัดทำหนังสือขออนุมัติเบิกจ่ายเงินเพื่อขอเบิกเงินย้อนหลังให้กับผู้มีสิทธิซึ่งเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับผู้บริหารกรุงเทพมหานคร
1. ผู้มีสิทธิรับเงิน(ประชาชน) หรือเจ้าหนี้ไม่ได้รับเงินหรือได้รับเงินไม่ครบถ้วน
2. เกิดการร้องเรียนกรณีผู้มีสิทธิรับเงิน(ประชาชน) หรือเจ้าหนี้ไม่ได้รับเงินหรือได้รับเงินไม่ครบถ้วน
3. ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหาย
12สูงมาก6ปานกลางสนค., สพส., สกก.
37G19. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)19.5.6การทุจริต การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมและใช้ระบบอุปถัมภ์
1. การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ระหว่างผู้บังคับบัญชากับ ผู้ใต้บังคับบัญชา 2. ความทะเยอทะยานและ ความต้องการก้าวหน้าในตำแหน่ง 3. ระบบอุปถัมภ์ที่ไม่มีคุณธรรม 4. ระเบียบและกฎเกณฑ์ที่เปิด- โอกาสให้ใช้ดุลยพินิจในการ พิจารณา 5. ผู้กระทำผิดวินัยหรือกระทำทุจริต ไม่ได้รับการลงโทษอย่างจริงจัง และยังได้รับการส่งเสริมความก้าวหน้า

12

4
1. ส่งเสริมให้ข้าราชการที่ไม่มี
ความรู้ความสามารถเพียงพอ
ได้ดำรงตำแหน่ง
2. การบริหารงานในตำแหน่ง
ที่มีความสำคัญ อาจได้รับ
ความเสียหาย ขาดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
3. ทำให้มีช่องทางในการ-
แสวงหาผลประโยชน์ โดยใช้
อำนาจในทางที่มิชอบ
4. ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหาย
5. ข้าราชการที่มีความรู้
ความสามารถขาดโอกาส
ในการก้าวหน้าในตำแหน่ง
6. เป็นการสร้างวัฒนธรรม-
องค์กรที่ไม่ดี
(not set)12สูงมาก4ปานกลางสกก., สกจ.
38G20. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ (Compliance Risk)20.1.1มีกฎหมายระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวนมาก และกฎหมายหลายฉบับมีความล้าสมัย ไม่เป็นปัจจุบัน
1. หน่วยงานผู้ใช้กฎหมายในการปฏิบัติงานไม่ได้ศึกษาว่า ข้อบัญญัติและระเบียบต่างๆ มีความซ้ำช้อนกับกฎหมายอื่น หรือควรยกเลิกหรือไม่ 2. หน่วยงานผู้ใช้กฎหมายในการปฏิบัติงานพบว่า ข้อบัญญัติและระเบียบมีความล้าสมัย แต่ยังไม่มีข้อเสนอว่า ควรแก้ไขอย่างไร เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาวิเคราะห์ 3. กรณียังไม่มีข้อบัญญัติและระเบียบที่จำเป็นต่อการปฏิบัฏิบัติงาน หน่วยงานผู้ใช้กฎหมายในการปฏิบัติงานควรเสนอให้ร่างกฎหมาย แต่ยังมิได้ดำเนินการ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลา ในการศึกษาวิเคราะห์ 4. ไม่มีการตรวจสอบและศึกษาอย่างต่อเนื่องว่าควรยกเลิก แก้ไข หรือร่างกฎหมายใหม่ใดหรือไม่ เนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอ และมีภารกิจมาก

6

2
1. การปฏิบัติงานไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้ชาดความมั่นใจ เชื่อมั่น
ในการปฏิบัติงาน สุ่มเสียงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
2. ไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายในการรองรับการดำเนินฐาน งาน
ตามนโยบายและภารกิจของกรุงเทพมหานครที่มีมากขึ้น
3. เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน
4. กฎหมายบางฉบับที่ล้าสมัยอาจกระทบต่อรายได้
หรือส์วัสติการบุคลากร หรือส่งผลกระทบต่อการบริหารงานเรื่องอื่นๆ
ส่งผลกระทบต่อประชาชนไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและสถานการณ์ต่างๆ6ปานกลาง2น้อยสกค., สนค.