Showing 1-3 of 3 items.
#แบ่งกลุ่ม ESGประเภท ความเสี่ยงNo.ความเสี่ยง (Risk)ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor)ความเสี่ยงที่มีความเสี่ยงที่คงเหลือผลกระทบภายใน (Internal Impact)ผลกระทบภายนอก (External Impact)โอกาสที่เกิด x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่มี (*คำนวณ)โอกาสที่เหลือ x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่เหลือ (*คำนวณ)หน่วยงานจัดการความเสี่ยง (Risk Owner)
 
1S15. เศรษฐกิจ15.1.1การท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ได้
1. กรุงเทพมหานครมีเมืองคู่แข่ง ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งแบ่งสัดส่วนของนักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร 2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเทียว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครสูงกว่า เมืองอื่นในภูมิภาคเดียวกัน 3. ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวของ กรุงเทพมหานครเป็นทรัพยากร ที่มีอยู่เดิม กรุงเทพมหานครไม่ได้ มีการสร้างทรัพยากรการท่องเที่ยว ใหม่ ๆ เพิ่มเติมเท่าที่ควร

15

8
1. ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยว
ของกรุงเทพมหานครลดลง
2. แหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพ
มหานครขาดแหล่งทุนในการ
ดูแล บำรุงรักษา
1. ศักยภาพด้านการเงิน
และสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
ลดลงและกระทบกับการจ้าง
งานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
2. รายได้ของผู้ประกอบการ
ส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขัน
15สูงมาก8สูงสวท.
2S15. เศรษฐกิจ15.1.2ด้านการลงทุน และการประกอบชีพ
1. ต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ในพื้นที่กรุงเทพค่อนข้างสูงและมี ขั้นตอนในการขออนุญาติยุ่งยาก ทำให้ผู้ประกอบการหันไปพื้นที่อื่น 2. ค่าครองชีพและต้นทุน ในการประกอบอาชีพของ ประชาชนกรุงเทพมหานครสูงกว่า ต่างจังหวัดและค่าที่ดินและที่อยู่อาศัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครข้อนค่าง ค่อนข้างสูง 3. ปัญหาทุนใหญ่ผูกขาดในระบบ ธุรกิจของบริษัทรายใหญ่มีสัดส่วน การถือครองตลาดมากและในหลาย ประเภทธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการ รายย่อยทำธุรกิจด้วยความยากลำบาก 4. ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายย่อย ยังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ และไม่ได้รับ การสนับสนุนด้านการตลาด (สพส.)

10

4
1. ศักยภาพในการแข่งขันของ
ผู้ประกอบการในพื้นที่ลดลง
2. ผู้ประกอบการ และนักลงทุน
ต่างประเทศ ไม่สนใจเข้ามา
ลงทุนในพื้นที่
3. ผู้ประกอบการรายย่อยขาด
ช่องทางการประกอบอาชีพ
และสร้างรายได้ให้ครอบครัว
กลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ (สพส.)
(not set)10สูง4ปานกลางสพส.
3S15. เศรษฐกิจ15.1.3ด้านพฤติกรรมการออมเงิน (สพส.)
1. พฤติกรรมการออมของคนไทย มีเงินเก็บออมลดลง ไม่มีเงินออมเพื่อฉุกเฉิน และขาดความสามารถในการวางแผนและเริ่มออมเงินเพื่อใช้ตอนเกษียณ โดยข้อมูลจากรายงานผลการสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2565 ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า 87.50% ของคนไทยมีเงินเก็บออมลดลงเล็กน้อย 71.70% มีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน แต่มีเพียง 22.40% ที่มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินในระดับที่เหมาะสม (เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายเมื่อต้องหยุดงาน 6 เดือนขึ้นไป) และ 61.10% ของคนไทยมีการวางแผนและเริ่มออมเงินเพื่อใช้ตอนเกษียณ แต่มีเพียง 15.70% ที่สามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้ (สพส.) (สพส ตัดข้อความ)

12

6
1. ปัญหาค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องถึงพฤติกรรมการออมเงินของคนไทย
2. ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลต่อเนื่องถึงสภาพคล่องด้านการเงินของคนไทย (สพส.)
1. สภาพคล่องของครัวเรือนต่ำ กระทบต่อพฤติกรรมการออม
2. ไม่มีความพร้อมทางการเงินในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
3. คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่หลังเกษียณได้รับผลกระทบ
12สูงมาก6ปานกลางสพส.