Showing 1-3 of 3 items.
#แบ่งกลุ่ม ESGประเภท ความเสี่ยงNo.ความเสี่ยง (Risk)ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor)ความเสี่ยงที่มีความเสี่ยงที่คงเหลือผลกระทบภายใน (Internal Impact)ผลกระทบภายนอก (External Impact)โอกาสที่เกิด x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่มี (*คำนวณ)โอกาสที่เหลือ x ผลกระทบระดับความเสี่ยงที่เหลือ (*คำนวณ)หน่วยงานจัดการความเสี่ยง (Risk Owner)
 
1S16. การละเมิดสิทธิมนุษยชน16.1.1เจ้าหน้าที่ขาดการรับรู้เรื่องการเลือกปฏิบัติทางเพศและการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน
1) การสื่อสารของนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติ ทางเพศ และการป้องกันการล่วงละเมิดหรือการ คุกคามทางเพศในการทำงาน ไม่ครอบคลุมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกคน 2) บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจ และไม่ให้ความสำคัญกับนโยบายฯ 3) ไม่มั่นใจในระบบการพิจารณา เรื่องร้องเรียน 4) ไม่กล้าร้องเรียน เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในช่องทาง การร้องเรียน การรักษาความลับ และความปลอดภัย 5) ไม่เชื่อมั่นในระบบการสอบสวน หรือดำเนินการทางวินัยที่โปร่งใส เป็นธรรม และรวดเร็ว 6) การมีวัฒนธรรมองค์กรที่เพิกเฉย หรือถือว่าการคุกคามเป็นเรื่อง “เล็กน้อย” หรือ “ยอมรับได้” 7) กรณีการเลือกปฏิบัติทางเพศและการล่วง ละเมิดหรือคุกคามทางเพศเป็นเรื่องปัจเจก บุคคล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก

12

4
1. บุคลากรบางส่วนไม่ทราบสิทธิของตนเอง จึงไม่สามารถป้องกันตนเองได้
2. เกิดพฤติกรรมที่เข้าข่ายล่วงละเมิดโดยไม่รู้ตัว หรือเพิกเฉยต่อการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ
3. เกิดความไม่เป็นธรรมในกระบวนการร้องเรียน ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการ
4. บุคลากรไม่กล้าทักท้วงหรือช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ ทำให้มีพฤติกรรมเสี่ยงแพร่หลาย
5. เกิดวัฒนธรรมเพิกเฉย และผู้ถูกกระทำไม่กล้าร้องเรียน เนื่องจากไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิดหรือปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข
6 .องค์กรเสียภาพลักษณ์
(not set)12สูงมาก4ปานกลางสกก
2S16. การละเมิดสิทธิมนุษยชน16.2.1การถูกละเมิดสิทธิของคนไร้บ้าน
1. นโยบายสาธารณะที่ไม่ครอบคลุม ยังไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาความยากจน การขาดแคลนที่อยู่อาศัยราคาถูก และการเข้าถึงบริการพื้นฐาน 2. ทัศนคติเชิงลบของสังคม การตีตราและเหมารวมคนไร้บ้าน ทำให้ขาดความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ 3. ช่องว่างทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิของคนไร้บ้านอย่างชัดเจน 4. การบังคับใช้กฎหมายในการที่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายอาจใช้กำลังเกินกว่าเหตุ หรือปฏิบัติต่อคนไร้บ้านอย่างไม่เหมาะสม 5. การละเมิดสิทธิของคนไร้บ้านเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีหลากหลายรูปแบบ โดยทั่วไปแล้ว คนไร้บ้านมักจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหลายประการ 5.1 สิทธิในการอยู่อาศัยที่เหมาะสมที่มั่นคงและปลอดภัย ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ความเสี่ยงต่ออาชญากรรม และการถูกขับไล่จากพื้นที่สาธารณะ 5.2 สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะพื้นฐาน - บริการสุขภาพ: การขาดที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทำให้การลงทะเบียนและรับบริการสุขภาพทำได้ยาก หลายคนมีปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาสารเสพติดที่ต้องการการดูแล - การศึกษา: เด็กที่ไร้บ้านไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของพวกเขา - การจ้างงาน: การไม่มีที่อยู่และเอกสารประจำตัว อาจเป็นอุปสรรคในการหางาน ทำให้คนไร้บ้านตกอยู่ในวงจรของความยากจน - สุขอนามัย: การขาดแคลนห้องน้ำสาธารณะและแหล่งน้ำสะอาด ทำให้คนไร้บ้านประสบปัญหาด้านสุขอนามัยอย่างรุนแรง 5.3 สิทธิในการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และเหมารวมว่าเป็นคนเกียจคร้าน เป็นอาชญากร หรือมีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งนำไปสู่การถูกกีดกันทางสังคม การดูถูกเหยียดหยาม และการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือคนทั่วไป 5.4. สิทธิในความปลอดภัยส่วนบุคคล มีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง การคุกคาม การโจรกรรม และการทำร้ายร่างกาย เนื่องจากพวกเขาไม่มีที่หลบภัยที่ปลอดภัย 5.5 สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มีเอกสารสำคัญ อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย หรือเรียกร้องสิทธิเมื่อถูกละเมิดได้ (สพส เพิ่มข้อความ)

6

2
1. ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น เช่น ความเครียดและวิตกกังวลเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกสิ้นหวัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยก ความบอบช้ำทางจิตใจ
2. การสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองและผู้อื่น เช่น ความรู้สึกไร้อำนาจ ความไม่ไว้วางใจ การลดทอนคุณค่าในตนเอง
3. ผลกระทบต่อพัฒนาการทางสังคมและทักษะชีวิต เช่น การขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง การถดถอยของทักษะทางสังคม การติดอยู่ในวงจรความรุนแรง
4. การสูญเสียความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรี เช่น ถูกทำให้ไร้สภาพการถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คน ความอับอายและความรู้สึกผิด แม้กระทั่งรู้สึกผิดกับสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญอยู่
1. นโยบายและกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อคนไร้บ้าน เช่น การขาดที่อยู่อาศัยราคาถูกและเพียงพอ ราคาเข้าถึงได้
การเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐแม้จะมีกฎหมายคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ในทางปฏิบัติ คนไร้บ้านมักถูกปฏิเสธหรือมีเงื่อนไขที่จำกัดสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษา การทำบัตรประชาชน ทำให้พวกเขาขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
2. ทัศนคติและอคติของสังคม เช่น การตีตราและเลือกปฏิบัติ การขาดความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของการไร้บ้าน ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพ หรือความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ไม่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
3. ปัญหาเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคม เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การกระจายรายได้และทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียม อัตราค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพทำให้คนยากจนมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนไร้บ้านได้ง่าย การว่างงานและการขาดโอกาสในการทำงาน การขาดทุนทางเศรษฐกิจทำให้ขาดโอกาสในการยกระดับฐานะของตนเอง
4. ปัญหาด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย เช่น ตความรุนแรงและการคุกคาม ถูกทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดทางเพศ ถูกขโมยทรัพย์สิน หรือถูกคุกคามจากบุคคลอื่นในสังคม เนื่องจากพวกเขาไม่มีที่พักพิงที่ปลอดภัย การเข้าไม่ถึงสุขอนามัยและบริการสุขภาพ การใช้ชีวิตในที่สาธารณะทำให้คนไร้บ้านไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ห้องน้ำ หรือบริการสุขอนามัยที่เพียงพอ และมักจะเข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์ ทำให้มีปัญหาสุขภาพและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
5. ความล้มเหลวของระบบและกลไกการคุ้มครอง การขาดกลไกการคุ้มครองที่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิของคนไร้บ้าน และยังขาดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม ขาดความรู้ความเข้าใจทางกฎหมาย และไม่มีทรัพยากรในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ทำให้ไม่ได้รับการเยียวยาหรือคุ้มครองอย่างเหมาะสม
6ปานกลาง2น้อยสพส.
3S16. การละเมิดสิทธิมนุษยชน16.3.1 การละเมิดสิทธิเด็ก ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก 4 ประการ
1. ปัจจัยภายในครอบครัว เช่น ความยากจน ขาดทักษะการเลี้ยงดู ความเครียด การใช้ยา/สารเสพติด อบายมุข การหย่าร้าง 2. ปัจจัยด้านสังคม และสภาพแวดล้อม เช่น ค่านิยมในเชิงอำนาจ เน้นการลงโทษในเชิงการกระทำ คำพูด ที่ส่งผลต่อความบาดเจ็บทางร่างกาย และจิตใจ การมองว่าการใช้ความรุนแรงในบ้านเป็นเรื่องส่วนตัว คนภายนอกมักไม่กล้าเข้าแทรกแซง ส่งผลให้โครงสร้างชุมชน/สังคม ขาดความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน รายงานเหตุ รวมถึงการส่งเสริมสิทธิของเด็ก ความเหลื่อมล้ำทางสังคมทำให้เกิดเด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กไร้สัญชาติที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ เด็กในชุมชนแออัด การเข้าไม่ถึงการคุ้มครองตามกฎหมายและสวัสดิการรัฐ ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงาน/การค้ามนุษย์ ตลอดจนภัยคุกคามออนไลน์และการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbully) ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิรูปแบบใหม่ 3. ปัจจัยด้านตัวเด็ก ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจหรือพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงการขาดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และการปกป้องสิทธิของตนเอง 4. ปัจจัยด้านระบบการคุ้มครอง แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองเด็ก แต่ยังมีการปฏิบัติตามกฎหมายไม่เคร่งครัด ตลอดจนกระบวนการแจ้งเหตุหรือการเข้าถึงเจ้าหน้าที่ยังทำได้ยาก เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในบางพื้นที่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการจัดการปัญหาอย่างละเอียดอ่อน และเชื่อมโยงความร่วมมือกัน รวมถึงการขาดระบบรองรับเด็กที่จะต้องได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอ รวดเร็ว 5. การโยกย้ายของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินงาน และทำให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็กไม่เพียงพอ (ข้อ 1-5 สพส เพิ่มข้อความ) 6. เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา คือ เด็กที่ไม่ได้รับการศึกษาตั้งต้นหรือเด็กที่เข้าเรียนแล้วหลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยปัจจัยภายในตัวเด็กเองหรือปัจจัยภายนอก ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาได้ตามศักยภาพ (สนศ.)

25

15
1. จำนวนเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น
2. เด็กที่ได้รับผลกระทบต่อการละเมิดสิทธิทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ไม่ได้รับการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
3. สูญเสียงบประมาณและบุคลากรในการแก้ไขปัญหาเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม ซึ่งมักต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาระยะยาว
(ข้อ 1-3 สพส เพิ่มข้อความ)
4. เด็กขาดโอกาสทางการศึกษาและไม่ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพตนเอง (สนศ.)
1.ทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาเมืองและประเทศมีคุณภาพลดลง (สพส เพิ่มข้อความ)
2. ปัญหาด้านสังคม เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น
25สูงมาก15สูงมากสพส.